ผญาธรรมบทนี้ เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งยิ่ง
คนต่างบ้าน ว่านต่างสวน
(คนต่างบ้าน ย่อมปลูกว่านต่างสวน)
บ้านไม่เหมือนกัน
สวนก็ไม่เหมือนกัน
พันธุ์ไม้ต่างกัน
วิธีดูแลต่างกัน
ผลผลิตย่อมต่างกัน
ผญานี้สะท้อนความจริงของโลกสมมติ
คนต่างถิ่น
ต่างการศึกษา
ต่างศาสนา
ต่างความเชื่อ
ต่างประสบการณ์ชีวิต
ย่อมคิดต่าง
พูดต่าง
มองต่าง
คนพาลกับสัตบุรุษ
โลกียะกับโลกุตตระ
ผู้หลงกับผู้รู้
ย่อมเดินคนละทาง
ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของสมมติ
เราจะไม่ตกใจในความแตกต่าง
ไม่โกรธเมื่อใครคิดไม่เหมือน
ไม่แปลกใจเมื่อใครมองโลกอีกแบบหนึ่ง
เพราะ “บ้าน” ของเขาไม่เหมือนเรา
“สวน” ของเขาย่อมไม่เหมือนสวนเรา
แต่ผญานี้ไม่ได้จบแค่การยอมรับความต่าง
มันชี้ลึกลงไปว่า
แม้สมมติจะต่าง
แต่ สัจธรรมไม่ต่าง
ท้องฟ้าเดียวกันครอบทุกบ้าน
ดินเดียวกันรองรับทุกสวน
ไตรลักษณ์ไม่เลือกศาสนา
ทุกข์ไม่เลือกชาติพันธุ์
ความไม่เที่ยงไม่เลือกความเชื่อ
ใครเกิด
ก็แก่
ก็เจ็บ
ก็ตาย
เหมือนกันหมด
ดังนั้น
แม้เราจะต่างบ้าน
ต่างสวน
ต่างเส้นทาง
แต่ปลายทางแห่งความจริง
คือสัจธรรมเดียวกัน
ผญาธรรมบทนี้จึงสอนให้เรา
เคารพความต่างในโลก
แต่ไม่ลืมความเหมือนในธรรม
อยู่ในโลกด้วยความเข้าใจ
และเดินในธรรมด้วยความไม่แบ่งแยก
เมื่อเห็นดังนี้
ความขัดแย้งจะเบาบาง
ความยึดมั่นจะอ่อนแรง
และใจจะเปิดกว้างขึ้นเอง
ด้วยความรู้สึกตัว 🌱