ผญาธรรมบทนี้ อธิบาย “กลไกกิเลส” ในชีวิตประจำวันได้คมและตรงมาก
ไม้ซกงกหกง่า กะปอมก่าขึ้นมื้อฮ้อย
กะปอมน้อยขึ้นมื้อพัน
โตมาบ่ทันปีนขึ้นนำกันคู่มื้อคู่มื้อ
(ไม้มีหกกิ่ง กิ้งก่าวิ่งขึ้นทุกวัน
ตัวใหญ่วันละร้อย ตัวน้อยวันละพัน
ตัววิ่งมาไม่ทัน ก็พยายามกรูกันขึ้น)
ไม้ในผญาบทนี้
ไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดา
แต่คือ ร่างกายและจิตใจของเรา
รูป–นามนี้เอง
ที่มีอายตนะภายใน ๖
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
เปิดรับอายตนะภายนอกอีก ๖
ตลอดเวลา…ไม่เคยปิด
กะปอม
คือของปลอม
ของไม่จริง
คืออารมณ์ที่จิตปรุงแต่งขึ้นมา
โลภ โกรธ หลง
ความอยาก ความไม่พอใจ
ความคิด ความเห็น ความสำคัญตน
มันปีนป่ายเข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ทั้งวันทั้งคืน
กะปอมตัวใหญ่
คือกิเลสเรื่องใหญ่
โลภะ โทสะ โมหะ
เกิดขึ้นวันละเป็นร้อยครั้ง
แค่เรื่องเดียว
ก็ลากอารมณ์อื่นตามมาเป็นพวง
กะปอมน้อย
คือกิเลสจุกจิก
ความฟุ้งซ่าน ความรำคาญ
ความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กวนใจ
นิวรณ์ทั้งหลาย
พากันเกิดขึ้นวันละเป็นพันเรื่อง
พันครั้ง
หรือมากกว่านั้นโดยที่เราไม่รู้ตัว
ธรรมดาเมื่อ อกุศลมูล
โลภ โกรธ หลง
ตัวใดตัวหนึ่งเกิดขึ้น
กิเลสที่ยังไม่เกิด
ก็พร้อมจะเกิด
ตัวที่เกิดแล้ว
ก็จะยิ่งงอกงาม
เหมือน “ทัวร์ลง” ทางจิต
เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่
เรื่องเดียวกลายเป็นหลายเรื่อง
ผญานี้
จึงเปรียบเหมือนคนเป็นโรคเบาหวาน
ภูมิต้านทานอ่อน
พอโรคหนึ่งมา
โรคแทรกซ้อนก็มาเป็นชุด
ถ้าใจไม่มีสติ
ไม่มีความรู้สึกตัว
ไม่มีการดูแล
ต้นไม้หกกิ่งนี้
ก็จะเต็มไปด้วยกะปอม
ปีนขึ้นไม่หยุด
ทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก
แย่งกันเกาะ แย่งกันโต
ผญาธรรมบทนี้
ไม่ได้สอนให้เรากลัวกิเลส
แต่สอนให้ รู้ทัน
กะปอมจะขึ้น
เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ถ้าเรามีสติ
เห็นตั้งแต่ตัวแรก
ตัวเล็ก
ก่อนจะลามเป็นตัวใหญ่
ก่อนจะกรูกันขึ้นทั้งต้น
การภาวนา
จึงไม่ใช่การไปไล่กิเลสทีละตัว
แต่คือการ ดูต้นไม้ทั้งต้นด้วยใจที่ตั้งมั่น
เห็นการปีน เห็นการเกิด เห็นการดับ
โดยไม่เข้าไปเป็นกะปอมตัวหนึ่งเสียเอง
เมื่อรู้ทัน
กะปอมก็ยังมี
แต่ใจไม่ถูกรุมกิน
นี่แหละ
หัวใจของการฝึกจิตในชีวิตจริง
ด้วยความรู้สึกตัว 🌱