แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]
โอวาทพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ที่หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เมตตาให้นำมาบรรยาย
บรรยายธรรมโดย พระมหาอนุชน สาสนกิตติ (ป.ธ.๙, ดร.)
ณ วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
เรื่อง พุทธะที่แท้จริง ตอนที่ ๓๒ ปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทำได้ปฏิบัติได้ ดับทุกข์ได้แก้ปัญหาได้ เมื่อเรายกเลิกตัวตน ก็มีแต่ความร่มเย็นทุกแห่งหน
(บางส่วนจากโอวาทพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า)
คำเทศนา วันอาทิตย์ที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๗
ความรู้ความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อเรารู้เราเข้าใจจะได้เอาไปปฏิบัติอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพื่อจะได้เป็นสัมมาทิฏฐิทั้งกายทั้งวาจาใจกิริยามารยาทตลอดถึงอาชีพ ต้องตั้งอยู่บนรากฐานในการกระทำในการประพฤติในการปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์ เพื่อเราทุกคนจะได้เข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติเข้าสู่ภาพบำบัด วันหนึ่งคืนหนึ่ง เวลา 24 ชั่วโมงแบ่งเป็นกลางวัน 12 ชั่วโมงกลางคืน 12 ชั่วโมง กลางคืนเป็นเวลาพักผ่อนกลางวันเป็นเวลาทำงาน การทำงานกับการปฏิบัติธรรมต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยกเลิกในเรื่องอดีต ไม่วิตกกังวลในเรื่องอนาคต ปัจจุบันเราก็เข้าสู่ความว่างจากนิติบุคคลจากตัวจากตน กายวาจาใจกิริยามารยาทของเราทุกคน คิดได้ทีละอย่างพูดได้ทีละอย่างเราจะต้องมีสัมมาทิฏฐิความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้อง เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปถึงมี เราจึงต้องเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติภาคบำบัด เพื่ออบรมบ่มอินทรีย์ สร้างบารมี 10 ทัศ 20 ทัศ 30 ทัศ ที่ต้องโฟกัสกลับมาหาเราทุกคน เดือนหนึ่งมีอยู่ 30 วัน วันหยุดมีอยู่ 8 วัน เพื่อพัฒนาจิตใจ รักษาศีลอุโบสถเพื่อความสงบเพื่อความวิเวกทางกายทางวาจากิริยามารยาทตลอดอาชีพ สมัยพุทธกาลบรรพบุรุษพาเราทำอย่างนี้ วันธรรมดาก็เอาธรรมนำชีวิต ไม่เอาอวิชชาไม่เอาความหลงหรือว่าไสยศาสตร์นำชีวิต ต้นเหตุปัญหาทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่ตัวเรานี่เอง ที่เรามีความเห็นผิดเข้าใจผิดพากันปฏิบัติผิด เรียกว่าเอาความไม่ถูกต้องนำชีวิต เอาตัวเอาตนนำชีวิต ซึ่งเป็นสัญชาตญาณเป็นความรู้สึกหนาวร้อนสุขทุกข์ที่เกิดผัสสะ ที่เป็นสัญชาตญาณ จึงได้เป็นวัฏสงสารเป็นการเวียนว่ายตายเกิด
พระพุทธเจ้าท่านทรงบำเพ็ญพุทธบารมีใช้เวลาหลายล้านปีหลายล้านชาติหลายอสงไขย สร้างบารมีมาแก้ที่ตัวของท่านเอง มันถึงเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยพระปัญญาธิคุณพระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ท่านได้มาบอกมาสอนให้พวกเราเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติภาคบำบัด เน้นมาที่พวกเราทุกๆคน เพราะมันเป็นต้นเหตุ ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัย เป็นกระบวนการเป็นกระแสแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ทั้งกายทั้งวาจาทั้งจิตใจ มันเป็นกระบวนการของเหตุของปัจจัย พระพุทธเจ้าบอกให้พวกเราเข้าใจ เพื่อจะได้จับหลักในการประพฤติในการปฏิบัติในการบำบัด เพื่อจะได้รู้ของสองอย่างที่เป็นคู่ ขั้วบวกขั้วลบ ท่านอุปมาตาหูจมูกลิ้นกายใจเปรียบเหมือนเจ้าของบ้าน รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์เปรียบเหมือนแขกที่มาเยี่ยมบ้าน ตามธรรมดาแล้วแขกมาเยี่ยมเรามาเยี่ยมบ้านของเรา เขาก็กลับไปก็จากไป ให้พวกเราพากันเข้าใจอย่างนี้ ให้พวกเรายกทุกอย่างเข้าสู่พระไตรลักษณ์ ล้วนแต่ไม่แน่ไม่เที่ยงไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน มีแต่เกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็ดับไปอย่างนี้ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ มีแต่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปตามเหตุตามปัจจัย
เราต้องมีพุทธะในเรื่องจิตเรื่องใจเรื่องกายวาจากิริยามารยาทตลอดถึงอาชีพ เราจะได้ปฏิบัติถูกต้อง เราอย่าไปหลงอย่าไปประมาทอย่าไปเพลิดเพลิน เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะว่าเป็นการประพฤติเป็นการปฏิบัติเป็นไฟท์ของเราทุกคน เพราะเราหาใช่นิติบุคคลหาใช่ตัวหาใช่ตนไม่ เพียงแต่เราได้รับสมมุติแต่งตั้งให้ชื่นนั้นชื่อนี้ เป็นเด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเป็นวัยกลางคนเป็นวัยแก่ เป็นวัยเจ็บไข้ไม่สบายแล้วก็เป็นวัยตาย เราได้รับการแต่งตั้งได้รับการสมมติ แท้ที่จริงนั้นเราไม่ได้เป็นอะไร มีแต่เพียงเหตุเพียงปัจจัย เพราะสิ่งที่มีสิ่งต่อไปถึงมี ให้พวกเราทั้งหลายพากันเข้าใจ เพื่อเราทุกคนจะได้จับหลักได้จับประเด็นได้ ผู้ที่บวชมาในพระพุทธศาสนาเป็นพระภิกษุสามเณรสามเณรีตลอดถึงแม่ชี ท่านจึงให้บุคคลเหล่านี้พิจารณาร่างกายเป็นงานหลัก เพื่อจะได้น้อมสู่พระไตรลักษณ์ ให้พากันแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วนเลย ร่างกายนี้มันมีอะไหล่อยู่ 32 ชิ้น ต้องแยกออกเป็นชิ้นเป็นชิ้นเลย ๑. ธาตุดิน คือ อาการ ๒๐ อย่างได้แก่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง, เนื้อ เอ็น กระดูก ไขกระดูก ม้าม, หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด, ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า (อุจจาระ) มันสมอง
๒. ธาตุน้ำ คือ อาการ ๑๒ อย่างได้แก่ ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันขัน, น้ำตา มันเหลว น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ ปัสสาวะ
เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ เพื่อจิตใจของเราจะได้สว่างไสว จะได้ยกเลิกนิติบุคคลตัวตน ผู้ที่เป็นนักบวชก็ต้องพากันปฏิบัติอย่างนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ไม่ปฏิบัติอย่างนี้ นักบวชทั้งหลายก็จะต้องอาบัติทุกกฏจนถึงอาบัติถุลลัจจัย เพราะได้ตั้งอยู่ในความเพลิดเพลินตั้งอยู่ในความหลงตั้งอยู่ในความประมาท ต้องอาศัยความสมดุลระหว่างเรื่องจิตเรื่องใจกับเรื่องร่างกาย จึงต้องมีทั้งสมถะมีทั้งวิปัสสนาไปพร้อมๆกัน เพราะเราใช้ธาตุใช้ขันธ์ใช้อายตนะ ถ้าเราไปใช้มากเกิน เขาก็เครียดเขาก็ฟุ้งซ่าน ความสงบกับปัญญาถึงต้องไปพร้อมกัน ถ้าเราเอาตั้งแต่ปัญญา เราก็จะฟุ้งซ่าน จะเป็นการทำลายระบบสมอง ทำลายส่วนร่างกาย เราต้องเอาความสงบไปพร้อมๆกัน ถ้าเราจะเอาแต่ความสงบก็ไม่ได้ เพราะว่ามันไม่เกิดปัญญา ความสงบกับปัญญาต้องไปพร้อมๆ กันเป็นทางสายกลาง พัฒนากายพัฒนาใจไปพร้อมๆ กัน
เราทุกคนต้อง Control ตัวเองเข้าหาธรรมะเข้าหาเวลา เพราะสิ่งภายนอกนั้นมีอยู่มากมายที่สัมผัสกับตาหูจมูกลิ้นกายใจ เราทุกคนต้องพากันมีสติสัมปชัญญะ พากันรู้ตัวทั่วพร้อมทั้งกายทั้งใจทั้งกิริยามารยาทตลอดถึงการงานอาชีพของเราทุกๆ คน เราจะเอาแต่ปัญญาก็ไม่ได้จะเอาแต่ความสงบก็ไม่ได้ มันไม่ใช่ทางสายกลาง ให้พวกเราทั้งหลายพากันเข้าใจนะ พระพุทธเจ้าท่านก็เป็นลูกหลานของพราหมณ์มาก่อน จุดสูงสุดของพราหมณ์ก็คือความสงบคือฌานสมาบัติ ด้วยความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความดับทุกข์ที่สูงสุด ไม่ได้เจริญปัญญาไปพร้อมๆกับสมาบัติ มันถึงแก้ปัญหาไม่ได้ มันเป็นการปฏิบัติเบื้องต้น เหมือนปัจจุบันนี่แหละคนรุ่นใหม่สมัยใหม่ก็จะเอาแต่เรื่องเหตุเรื่องผลเอาแต่ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้พัฒนาเรื่องจิตเรื่องใจไปพร้อมๆกัน มันก็สุดโต่งไปเหมือนกัน สิ่งที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ทันโลกทันสมัยที่เป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เพราะต้องพัฒนาทั้งใจพัฒนาทั้งวัตถุไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เป็นทางสายกลาง สมัยครั้งพุทธกาลโน้นเขามีวันถือศีลอุโบสถเพื่อเข้าสู่ความวิเวกทางกายวาจาใจกิริยามารยาทตลอดถึงอาชีพ เอาวัน 7 ค่ำ 8 ค่ำ 14 ค่ำ 15 ค่ำ เข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติเข้าสู่ภาคบำบัดกัน เพราะเราต้องพัฒนาทั้งธุรกิจเรื่องใจทั้งวัตถุไปพร้อมๆกันให้เป็นทางสายกลาง เพื่อความสมดุลของธรรมะของธรรมชาติ จะยิ่งหย่อนมากน้อยกว่ากันไม่ได้ ต้องให้เป็นทางสายกลาง โลกสมัยปัจจุบันนี้มีวิวัฒนาการก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางวัตถุ ได้เอาวันเสาร์วันอาทิตย์เป็นวันหยุดเพื่อพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาใจ ให้ทุกคนเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่เรามีความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้องปฏิบัติถูกต้อง มาเน้นที่ตัวเราทุกๆคน มาเน้นที่ตัวเราทุกๆคน เรามีตัวมีตนน่ะถึงพากันมีความทุกข์ในเรื่องจิตเรื่องใจ เรื่องกายเขาก็มีความทุกข์ของเขาอยู่แล้ว เพราะมาจากผลของอวิชชาผลของความหลง เป็นเหตุปัจจัยแห่งความหลงเป็นวิบากกรรม ทุกคนจะมีกรรมไปไม่พ้น ความแก่ความเจ็บความตายความพลัดพรากมันเป็นวิบากกรรมของอวิชชาของความหลง มันผ่านไปแล้วมันแก้ไขไม่ได้ พระพุทธเจ้าให้เรามาแก้ไขมาประพฤติมาปฏิบัติมาบำบัดในปัจจุบันนี้แหละ สมัยปัจจุบันเราก็เอาวันเสาร์วันอาทิตย์ เราโฟกัสการประพฤติการปฏิบัติ
ประเทศไทยของเราเอาธรรมนำชีวิต ที่เป็นทศพิธราชธรรมนำชีวิต มีสิทธิพิเศษถูกต้องตามกฎหมาย พากันมาบวชพากันมาปฏิบัติพากันมาบำบัดทั้งบวชถาวรทั้งบวชจรบวชชั่วคราว ที่ให้กุลบุตรลูกหลานบวช 7 วัน 15 วัน 1 เดือน 3 เดือน 4 เดือน เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย เพื่อเอาธรรมนำชีวิต เพื่อเอากฎหมายบ้านเมืองนำชีวิต ไม่ให้เป็นนิติบุคคลไม่ให้เป็นตัวไม่ให้เป็นตน ยกเลิกความเป็นนิติบุคคลเป็นตัวเป็นตน มายกเลิกอบายมุขที่จะทำให้ทุกคนตกต่ำไปสู่อบายภูมิ เราต้องเอาธรรมนำชีวิต ผู้ที่มาบวชมาปฏิบัติให้พากันเข้าใจความหมายของการบวช ความหมายของข้าราชการนักการเมือง ความหมายเหล่านี้ยกเว้นนิติบุคคลตัวตน เอาธรรมนำชีวิตเอากฎหมายบ้านเมืองนำชีวิต เพื่อจะได้โฟกัสเข้าถึงความดับทุกข์ในเรื่องจิตเรื่องใจในเรื่องวัตถุเพื่อให้เป็นสายกลาง เราจะได้พากันมาแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ได้ไปแก้ที่ปลายเหตุ ความสงบความวิเวกมันจะเกิดได้มีได้ เพราะเรามีความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้องปฏิบัติถูกต้อง ศีลนี้จะทำให้เราวิเวก กฎหมายจะทำให้เราวิเวก ให้รู้คุณค่าในเรื่องศีลในเรื่องกฎหมายบ้านเมือง เอาตัวตนเป็นที่ตั้งมันใช้ไม่ได้ ประเทศไทยเรามีการโกงกินคอรัปชั่นคิดเป็นภาพรวมอยู่ในระดับ 60-70% ที่โกงกิน ทั้งนักบวชทั้งข้าราชการนักการเมืองพ่อค้าประชาชน มีการโกงกินคอรัปชั่นในระดับ 60-70% ให้พวกเรากลับมาย้อนดูตัวเรามาปฏิบัติที่ตัวเรา ต้องปรับตัวเองเข้าหาธรรมะเข้าหาเวลาพร้อมทั้งภาคประพฤติภาคปฏิบัติภาคบำบัด
การแก้ปัญหานี้แก้ได้ เพราะเราไม่ได้แก้ที่คนอื่น เรามาแก้ที่ตนเองปฏิบัติที่ตนเอง พระพุทธเจ้าไม่ได้ให้ไปมองผู้อื่น ถ้ามองผู้อื่นก็เพื่อเอาเป็นตัวอย่างแบบอย่างในทางที่ดีในทางที่ถูกต้อง มองคนอื่นที่ทำไม่ดีไม่ถูกต้องก็อย่าไปทำ ความหมายของตาหูจมูกลิ้นกายใจ ต้องประกอบด้วยสติด้วยปัญญา เพราะเรามีตาหูจมูกลิ้นกายใจเพื่อความฉลาด เพื่อรู้ทุกอย่างตามความเป็นจริงว่าทุกอย่างนั้นว่าทุกอย่างนั้นไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เพราะพวกที่ไปมองคนอื่นไปเพ่งคนอื่นก็ต้องอาบัติ ตั้งแต่อาบัติทุกกฎจนถึงอาบัติถุลลัจจัย เพราะทำให้ใจของเราไม่สงบ ทุกคนพากันมาเข้าใจ คนสมัยทุกวันนี้เมื่อเทคโนโลยีมีมาก วิทยาศาสตร์มีมาก เมื่อเราเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง หมู่มวลมนุษย์ที่ร่างกายเป็นมนุษย์ที่หัวจิตหัวใจมันเป็นได้แต่เพียงคน พากันมีทุกข์ พากันเป็นโรคจิต โรคประสาท โรคซึมเศร้ากัน เพราะทุกคนพระพุทธเจ้าให้เรามีเมตตา มีปัญญาธิคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาธิคุณ เราต้องให้ความสงบความอบอุ่น เราต้องเทคแคร์เขา เหมือนหลวงพ่อชา แห่งวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ท่านบอกลูกศิษย์ลูกหาของท่านว่า ผมนี้บอกสอนปฏิบัติตัวผมเอง 100% ผมนี้บอกสอนพวกท่านญาติโยมประชาชน 5% พอไปได้แล้วเป็นความสมบูรณ์ความสมดุล พวกท่านเอาแต่จะไปบอกคนอื่นสอนคนอื่น เอาแต่เรื่องก่อเรื่องสร้าง แก้ปัญหาภายนอก ไม่กี่เดือนไม่กี่ปี ท่านจะไม่สงบท่านจะฟุ้งซ่าน ผู้ที่เป็นประธานสงฆ์ ผู้นำผู้ปกครองต้องพากันเข้าใจเรื่องนี้ พากันมาประพฤติมาปฏิบัติมาบำบัดที่ตัวของเจ้าของนี้แหละ ทำเหมือนพระพุทธเจ้า ทำเหมือนหลวงพ่อชา ที่ท่านบอกท่านสอน เราทำอย่างนี้ตัวเราก็ยอมรับตัวเองได้ ทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับเราก็ยอมรับได้ เราทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ทุกคนจะเข้าถึง ปัญญาธิคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาธิคุณ หัวใจของเราก็สงบอบอุ่นเป็นนิพพาน เป็นแอร์คอนดิชั่นทั้งทางจิตทางใจ พระนิพพานมันคือเรื่องยกเลิกความคิดเห็นผิด เข้าใจผิด ปฏิบัติผิด เป็นการอบรมบ่มอินทรีย์ ทั้งภาคปฏิบัติภาคบำบัด พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าเมื่อเรายกเลิกตัวตน เอาความถูกต้องนำชีวิต มีความตั้งมั่นเป็นผู้จริงแท้แน่นอน ต่อมรรคต่อผลต่อพระนิพพาน
เราต้องพากันปฏิบัติอบรมบ่มอินทรีย์ ทั้งภาคประพฤติภาคปฏิบัติภาคบำบัด เราไม่ต้องหาพระนิพพานที่ไหนหรอก ไม่ต้องไปหาพระที่ไหนหรอก พระอยู่ที่ตัวเราทุกๆคน ทั้งทีเป็นประชาชน ฆราวาส ไม่ใช่นักบวชเราก็เป็นพระได้ ผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบทก็เป็นพระได้ เพราะคำว่าพระนั้นไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน พระนั้นคือมีความถูกต้อง คือธรรมคือพระวินัย กฎหมายบ้านเมืองที่โฟกัสเข้ามาสู่ความจริง เราต้องการเข้าใจ เราอย่าพากันมาบวชมาบรรพชาอุปสมบท เพื่อเอาพระศาสนาหาอยู่ หาฉัน หาเลี้ยงชีพ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ต้องเอาพระศาสนามาประพฤติมาปฏิบัติ เพราะคนเราทุกคนได้สิทธิพิเศษ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ข้าราชการ นักการเมือง พระมหากษัตริย์ เขาก็ยกเราเป็นปูชนียบุคคล ถ้าเรามีตัวมีตนเราจะเป็นปูชนียบุคคลได้อย่างไร เพราะตัวตนไม่ใช่ปูชนียบุคคล ให้พวกเราทั้งหลายพากันเข้าใจ แล้วก็เข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ ถ้าเราติดอยู่หลงอยู่ก็เข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา มันเป็นภาคปฏิบัติภาคบำบัด ให้ทุกคนเข้าใจ พระพุทธเจ้าบอกเราสอนเราให้มาเดินจงกรมให้มากๆ วันหนึ่งหลายๆ ชั่วโมง ร่างกายจะได้แข็งแรงทำข้อวัตรกิจวัตรให้มีความสุข ร่างกายของเราจะได้แข็งแรง ที่อยู่ที่อาศัยของเราจะได้สะอาด แล้วร่างกายของเราก็แข็งแรงอีกด้วย ประชาชนก็สร้างศาลา กุฏิ วิหาร ตลอดปูชนียสถาน เพราะมีสิ่งนี้แหละ ให้มาทำข้อวัตรมาทำกิจวัตร มาดูแลความสะอาดรักษาความสะอาด ที่อยู่ที่อาศัย ห้องน้ำห้องสุขา บนศาลา วิหารต่างๆ ต้องสะอาด ทำความสะอาดวันหนึ่งหลายๆ ครั้ง เป็นข้อวัตรกิจวัตร เราก็เป็นพระวัดป่าเราก็ต้องปฏิบัติอย่างนี้ เป็นพระวัดบ้านก็ต้องปฏิบัติอย่างนี้ เหมือนกับอาหารนี้แหละ วัดบ้านวัดป่าก็ต้องฉันอาหารเหมือนกัน วัดบ้านวัดป่าก็ประพฤติปฏิบัติเหมือนกัน เน้นมาที่ตัวเราตัวของเรานี้แหละ เราทุกคนมาบวชมาปฏิบัติ ก็ต้องมาเสียสละ ร่างกายของเรา ถ้าสิ่งแวดล้อมมันสกปรกลงไปในจิตนั้น มันก็เกิดขึ้นแก่เรา เราเอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้ง เราก็เป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน แม้แต่หายใจก็ไม่อยากหายใจ ตัวตนนี้น่ะ ผู้นำสำคัญนะ ต้องแก้ที่ผู้นำนี้แหละ แก้ที่เจ้าอาวาส แก้ที่ประธานสงฆ์ แก้ที่นักปกครอง ให้เข้าใจอย่างนี้ เราดูรถไฟมันมีหลายโบกี้ มีหลายตู้ สำคัญมันอยู่ที่หัวจักรนะ หัวจักรดีมีพลังพาวเวอร์ทางเครื่องยนต์แรงสูง ขับเคลื่อนโบกี้ต่างๆ ไปได้อย่างง่ายดาย พระเก่าเป็นผู้ที่สำคัญ พระเก่านี้ก็เปรียบเสมือนหัวจักรนี้แหละ หัวจักรที่ดีที่มีความแรงสูง
เราแลดูประเทศไทยของเรา มีผู้ที่มาบรรพชาอุปสมบท หาอยู่หาฉัน หานอนหาพักผ่อนนี้ 99.9% เกือบจะเป็น 0 ได้ทำความเสียหายให้กับส่วนรวม ประเทศไทยเรามีการโกงกินคอรัปชั่นอยู่ในระดับ 60-70% เราจะไปคิดว่าการประพฤติการปฏิบัติมันยากมันเป็นของยาก มันทำไม่ได้ ปฏิบัติไม่ได้ ความคิดอย่างนี้อย่าให้มันมีในเรา ระบบสมองสติปัญญาของมนุษย์เราต้องยกเลิกความเป็นนิติบุคคลตัวตน เรามีตัวมีตนมันถึงยาก มันถึงปฏิบัติไม่ได้ ต้องเข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ ส่วนใหญ่มามองดูแล้วภาคปฏิบัติก็อยู่ในระดับภาคบำบัดแล้ว เพราะมันอยู่ในระดับเป็นคนไข้นอนติดเตียงแล้ว ไม่ใช่เดินไปเดินมาแล้ว อยู่ในระดับคนไข้ติดเตียงเข้าภาคบำบัดอย่างนี้ การบำบัดมันต้องอาศัยการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องกันที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าต้องเจริญสติปัฏฐานทั้ง 4 ให้ติดต่อต่อเนื่องโดยเอาธรรมนำชีวิต ไม่เอาตัวตนนำชีวิต ต้องเข้าสู่ภาคบำบัดให้ติดต่อต่อเนื่องกัน อย่างเร็ว 7 วัน อย่างกลางก็ 7 เดือน อยากมากก็ 7 ปี ต้องยกเลิกตัวตน ต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ให้เน้นที่ตัวเรา ให้เน้นที่ประธานสงฆ์ ให้เน้นที่ผู้นำ เอาแต่ตัวเอาแต่ตนเราก็แก้ไขแต่ภายนอก เราทุกคนพากันรู้นะว่าแก้ภายนอกมันแก้ไม่ได้ เพราะมันคือปลายเหตุ ที่พระพุทธเจ้าตรัสอริยสัจ 4 ท่านพูดถึงทุกข์ก่อน ทุกข์เกิดขึ้น ทุกข์ตั้งอยู่ ทุกข์ดับไป นอกจากทุกข์ไม่มี แล้วให้ระลึกถึงต้นเหตุของความทุกข์ มันก็คือตัวคือตนนี้แหละ คืออวิชชาความหลง ทุกคนต้องเข้าสู่ภาคบำบัด ไม่ใช่ธรรมดานะ เพราะมันระดับคนไข้ติดเตียง การฟื้นฟูตัวเองหลังจากหายป่วยถึงต้องออกกำลังกาย ช่วงป่วยช่วงนอนติดเตียงมันทำให้ร่างกายของเราเสื่อมโทรม ถึงเราฝืนออกกำลังกายหลังป่วย กว่าร่างกายจะเข้าที่ก็ใช้เวลาหลายอาทิตย์ เพราะฤาษี ชีไพร ครั้งพุทธกาล ถึงแม้เขาเอาความสงบ เอาสมาบัติ 8 เขาก็ต้องออกกำลังกาย เขาถึงมีท่าโยคะ ที่เรียกว่าฤาษีดัดตน เมื่อเรามีความเห็นถูกต้องเข้าใจถูกต้อง เรามีความสุขในการประพฤติ มีความสุขในการปฏิบัติ มันเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม เรามีความสุขประพฤติในการปฏิบัติ นั้นแหละคือการออกกำลังกายในเรื่องจิตเรื่องใจ มีความสุขในการปรับเข้าหาเวลา เข้าหาธรรมะ เข้าหาข้อวัตรข้อปฏิบัติ นั้นแหละคือการเสียสละ นั้นแหละคือการออกกำลังกายเรื่องจิตเรื่องใจนะ ทุกคนพากันเสียสละ ไม่เสียสละไม่ได้
อย่างวัดป่าวัดกรรมฐาน ครูบาอาจารย์รุ่นเก่าสมัยเก่า ท่านพากันตื่นนอนตั้งแต่ตี 2 แต่รุ่นหลังๆ นี้อนุโลม เพราะยังไม่เคยชินอินทรีย์ยังไม่แก่กล้า ถ้าเอาตี 3 เราจะพาเข้าใจเหมือนนักปรัชญาเพราะว่า ครูบาอาจารย์สายกรรมฐานถ้าไม่ตื่น ตี 2 ตี 3 ท่าจะดีนะ เพราะควาสุขของเราทุกคนอยู่ที่เราเสียสละ ละตัวละตนนะ ไม่ทำตามใจตามอัธยาศัย หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านก็บอกให้นอนเป็นระเบียบ 4 ทุ่มให้เรานอนหลับสนิท ไปตื่นตี 2 อย่างนี้ คิดเป็นระเบียบ พูดก็เป็นระเบียบ ยกเลิกตัวตน เอาธรรมนำชีวิต ให้พากันโฟกัสอย่างนี้ ปฏิบัติติดต่อต่อเนื่องกัน มันก็จะเก่งมันก็จะฉลาด อย่าไปทำเหมือนเขาฝึกทหารเกณฑ์ ฝึกหัดฝึกปฏิบัติหลักสูตรมันสั้นเกินไม่ถึงปี แล้วก็ปล่อย ไม่มีการฝึกการปฏิบัติติดต่อต่อเนื่อง จะมีบ้างแต่น้อย ขึ้นอยู่กับผู้นำครูฝึก บางคนก็ปล่อยตัวเองอ้วนลงพุง พวกทหารฝึกดีปฏิบัติดี ถึงเวลานอนก็เป่านกหวีดให้นอน เวลาตื่นก็เป่านกหวีดให้ตื่น ออกกำลังกายก็เป่านกหวีดให้พากันวิ่งออกกำลังกาย วิ่งไปก็ร้องเพลงชาติไป จะมีครูสอนคอยถามตลอดว่า เหนื่อยไหม ทหารต้องตอบว่าไม่เหนื่อย เพราะปลุกใจกำลังใจ การฝึกทหารอย่างนี้มันดีแต่มันไม่ติดต่อต่อเนื่อง มันต้องฝึกมันต้องปฏิบัติให้ติดต่อต่อเนื่อง ตั้งแต่รับราชการเป็นทหารจนปลดเกษียณ เพราะประเทศไทยเรานี้ผู้ที่มีระเบียบมีวินัย เข้มแข็งที่สุดก็คือทหาร
การปฏิบัติของเราต้องติดต่อต่อเนื่อง ทั้งกาย ทั้งวาจา ทั้งกริยามารยาท ตลอดถึงอาชีพต้องติดต่อต่อเนื่อง เราถึงได้เป็นนักบวชที่แท้จริง เป็นข้าราชการ เป็นทหาร นักการเมืองที่แท้จริง เราจะเอาตัวตนเป็นที่ตั้งมันไม่ได้ เพราะตัวตนนั้นมันทุจริต ใครมีตัวมีตนทุกคนน่ะคือทุจริต ให้เข้าใจอย่างนี้ อย่าเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเลย ต้องเอาธรรมะเราถึงจะได้เข้าสู่ความเป็นนักบวช เป็นข้าราชการ นักการเมือง เป็นพ่อค้าประชาชน ที่เราทุกคนต้องเดินไปพร้อมๆ กัน เรียกว่าความสมัครสมานสามัคคี ตัวตนนั้นมันไม่ใช่ความสมัครสมานสามัคคี เอาตัวเอาตนเป็นที่ตั้งคนเดียวมันก็ทุกข์อยู่แล้ว ถ้าหลายคนบนโลกก็มีแต่ทุกข์เกิดขึ้น มีแต่ทุกข์ตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์ดับไป ประเทศไทยตั้งแต่พวกเรารู้ความ ด้านการปกครองเอาตัวตนเป็นที่ตั้งมันไม่ถูกต้อง เพราะว่าเป็นอวิชชา เป็นความหลง มันไม่ถูกต้อง มันต้องงามทั้งภายนอกงามทั้งภายใน งามทั้ง กาย วาจา กริยามารยาท ตลอดถึงอาชีพมันต้องงาม เราทุกคนพากันเน้นตัวเองปฏิบัติตนเอง กระชับตนเองเป็นอย่างยิ่ง เพราะประธานสงฆ์ทำความเสียหาย คณะปกครองทำความเสียหาย จะได้รักษาความป่วยความอาพาทที่เป็นคนป่วยติดเตียง เจ้าอาวาส ประธานสงฆ์ผู้บริหารสมัยนี้เปรียบเสมือนผู้ป่วยติดเตียงนะ ข้าราชการ นักการเมือง เปรียบเสมือนคนป่วยติดเตียงนี้แหละ ต้องพากันมาแก้ที่ตัวของเราเอง ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้ปฏิบัติอย่างนี้ไม่ได้หรอก ไม่งั้นเขาเรียกเรื่องธรรมดา เหมือนคนโบราณ อากง ยากจน เสื่อผืนหมอนใบไม่มีอะไร พาลูกชายตั้งเนื้อตั้งตัวจนร่ำจนรวยจนเป็นมหาเศรษฐี แต่ไม่รู้อริยะสัจ 4 เน้นแต่เรื่องตัวเรื่องตน เน้นแต่ทางวัตถุ เมื่ออาตี๋เกิดมา ก็ไปรักไปหลงไปโอ๋อาตี๋ อาตี๋เลยไม่ได้รู้อริยสัจ 4 ไม่ได้เข้าสู่ภาคประพฤติภาคปฏิบัติ มีแต่ความประมาท ความเพลิดเพลิน ความเสื่อมความยาจนมันก็ได้เกิดมีขึ้น พระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสบอกพวกเราทุกคนว่า ตะกูลที่จะมั่นคงถาวรต้องเอาธรรมนำชีวิต ไม่ใช่เอาตัวเอาตนนำชีวิต
พระพุทธศาสนานั้นถึงได้มีการสังคายนามาเป็นระยะๆ ที่เรามองดูตามประวัติศาสตร์ เพราะความประมาทความเพลิดเพลินของเจ้าอาวาสของประธานสงฆ์ ของคณะปกครอง พากันไปปกครองแต่คนอื่นแก้ไขแต่คนอื่น ตนเองไม่ได้แก้ไข มันไม่ได้มันใช้ไม่ได้ ต้องเน้นมาที่ผู้ปกครอง มาเน้นที่เจ้าอาวาสประธานสงฆ์ เรามองดูประวัติศาสตร์ เอาแต่ตัวเอาแต่ตนถึงแม้เราจะเรียนจะศึกษาก็เป็นไปเพื่อตัวเพื่อตน เหมือนนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยนาลันทา มีตั้งหลายหมื่นรูป เอาแต่ตัวเอาแต่ตนเองเป็นที่ตั้ง ประจบคฤหัสถ์ ประจบข้าราชการนักการเมืองที่มีอำนาจ เห็นคนรวยก็พูดนะจ๊ะๆ เห็นข้าราชการนักการเมืองที่มีอำนาจ วาสนาก็นะจ๊ะๆ เห็นคนจนพูดเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ ให้พรเสียงไม่ดัง มหาวิทยาลัยนาลันทาถึงได้ถูกเผาหมด เพราะเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเราก็ดูตัวอย่างแบบอย่าง เพราะความสเสื่อมนั้นมันเกิดจากนิติบุคคลตัวตน เราเอาตัวตนเป็นที่ตั้งเมื่อไหร่นั้นมันก็ไม่ใช่ปัญญาธิคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาธิคุณ
เมื่อสมัยปลายรัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทางเชื้อพระวงศ์ เชื้อพระมหากษัตริย์เห็นประเทศไทยเรานี้มันไปไม่ได้นะ เอาตัวตนนำชีวิต เอาความหลงนำชีวิต ท่านถึงได้ทรงเสียสละ ทรงออกผนวช เพื่อเข้าหาความเป็นธรรมความยุติธรรม เอาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าตามหลักของเถรวาท ตามหลักของพระไตรปิฎก 84000 พระธรรมขันธ์ พระวินัยในพระไตรปิฎก 21000 พระธรรมขันธ์ มาในภิกขุปาฏิโมกข์ 227 สิกขาบท พระสูตร 21000 พระธรรมขันธ์ พระอภิธรรม 42000 พระธรรมขันธ์ ท่านทรงเสียสละใช้เวลาปรับปรุงพระพุทธศาสนาเป็นเวลา 28 พรรษา 27 ปี แล้วมาเป็นพระมหากษัตริย์ทรงทศพิธราชธรรม เอาธรรมนำชีวิต ความเสื่อมนั้นมันเกิดจากความประมาท ความหลงความเพลิดเพลิน ความประมาทมันก็เหมือนเมล็ดพันธุ์เล็ก ที่เราปล่อยให้มันเกิด ให้น้ำให้ปุ๋ยมัน หลายปีข้างหน้ามันก็สูงตระหง่านตาสูงเฉียดฟ้าฉันใดก็ฉันนั้น มายุคของหลวงปู่มั่น พ.ศ. 2400 กว่าๆ ถึง 2500 มาเจริญรุ่งเรืองด้วยภาคประพฤติภาคปฏิบัติ พระศาสนาก็ดีขึ้นเจริญขึ้น เมื่อหลวงปู่มั่นนิพพานลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนิพพาน หลาน เหลน ก็พากันเสื่อมแล้ว เพราะไม่ได้รับไม้ผลัดอย่างติดต่อต่อเนื่อง ตั้งอยู่ในความเพลิดเพลิน ตั้งอยู่ในความประมาท ในปีนี้ พ.ศ. 2567 เราถึงได้มีจิตใต้สำนึก เพราะว่าเราเอาความประมาทความเพลิดเพลิน ความหลงนำชีวิต มันเสียหายนะ ถึงได้จัดงานเพื่อปฏิบัติธรรม ครบ 200 ปี เวลาที่ผ่านไปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ที่ท่านทรงเสียสละ เราเป็นคนรุ่นใหม่สมัยใหม่ เราต้องปฏิบัติ ทำให้ทันโลก ให้มันทันสมัย ให้มันเป็นธรรมเป็นปัจจุบันธรรม ไม่ให้เป็นนิติบุคคล เป็นตัวเป็นตน เพื่อเราจะพัฒนาเข้าสู่ทางสายกลาง เพราะทุกอย่างนั้นมันทำได้มันแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว เราจะได้เข้าสู่พุทธะ เราจะได้ยกเลิกตัวตน ยกเลิกไสยศาสตร์ พัฒนาจิตใจพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้เป็นทางสายกลาง ทุกอย่างจะได้มีแต่คุณไม่มีโทษ จะได้ไม่หลงงมงาย ที่เป็นนิติบุคคลในตัวในตน เราทุกคนจะได้พากันมาเอาความคิดถูกต้อง เข้าใจถูกต้อง ปฏิบัติให้ถูกต้อง ต้องโฟกัสมาอย่างนี้ มันจะเป็นการพัฒนาภาพรวมของโลก ทุกๆ ประเทศ ทุกศาสนาก็ไปอย่างนี้แหละ ไม่ได้ไปอย่างอื่น เพราะศาสนาทุกศาสนาคือธรรมะ ข้าราชการก็คือธรรมะ นักการเมืองก็คือธรรมะ ประชาชนก็คือธรรมะ คืออริยะมรรคมีองค์ 8 เพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงจะมี มันถึงจะเป็นศีลเป็นสมาธิเป็นปัญญา เป็นกฎหมายบ้านเมือง เป็นปัญญาธิคุณ บริสุทธิคุณ กรุณาธิคุณ เราต้องพากันเข้าใจความถูกต้อง เราดูตัวอย่างแบบอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านให้พระราชกุมารทั้ง 6 องค์ บวชทีหลังพระอุบาลี ที่เป็นข้าทาสบริวารบวชก่อน ตามพระธรรมตามพระวินัยแล้ว ผู้ที่บวชภายหลังต้องทำความเคารพกราบไหว้ ทำอัญชลี อุปถัมภ์ อุปัฏฐากผู้ที่บวชก่อน ความหมายก็เพื่อจะได้โฟกัสยกเลิกตัวตน ที่ไม่ได้ถือทิฏฐิ ถือตัวถือตน ที่สำคัญว่า ตัวเองเก่งกว่าเขา ตัวเองฉลาดกว่าเขา ตัวเองรวยกว่าเขา อย่างนี้ต้องยกเลิกตัวตนอย่างนี้ ความหมายอย่างนี้แหละ เราจะได้เข้าถึงข้าราชการ เป็นนักการเมือง เราจะได้ไม่หลงนิติบุคคล เราจะได้เอาสมมติกฎหมายบ้านเมือง เพื่อโฟกัสเข้าสู่ความดับทุกข์ของหมู่มวลมนุษย์ ผู้ที่ประเสริฐเกิดมาเพื่อมรรคเพื่อผลเพื่อพระนิพพาน ชีวิตของเราจะได้มีความสุข สงบเย็นเป็นพระนิพพาน ความดับทุกข์เราไม่ต้องรอชาติหน้า พระพุทธเจ้าให้เราเน้นที่ปัจจุบัน ไม่ต้องถามว่าตายแล้วเกิดหรือตายแล้วศูนย์ พระพุทธเจ้าบอกว่าเพราะสิ่งนี้มีสิ่งต่อไปมันถึงมี ถึงต้องมาเน้นที่ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่ทำได้ปฏิบัติได้ ดับทุกข์ได้แก้ปัญหาได้ พระนิพพานถึงได้อยู่ในท่ามกลาง ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพลัดพราก อยู่ในท่ามกลางตึกรามบ้านช่อง หมู่มวลมนุษย์ สัตว์มากมายเมื่อเรายกเลิกตัวตนเราก็มีแต่ความสุขความสงบอบอุ่น ร่มเย็นทุกหนทุกแห่ง นี้คือพระศาสนาที่เราต้องรู้จัก ที่เราต้องเข้าใจ
แจกปัญญา แจกศาสนา แจกธรรมวินัย แจกสิ่งที่ถูกต้อง
เพื่อเดินตามรอยพระพุทธเจ้าร้อยเปอร์เซ็นต์
ธรรมะสบายสบาย | Dhamma Sabaai Sabaai
โดยทุกท่านสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่
https://linktr.ee/watsubthawee
Share wisdom, spread Buddhism and its discipline.
Advocate righteousness to follow Lord of Buddha's footsteps 100%
ธรรมะสบายสบาย | Dhamma Sabaai Sabaai
You can receive new Dharma updates.
https://linktr.ee/watsubthawee