{ampz:shareampz}
แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]
ปกติ ... สบายใจ (ความยาว 04.15 นาที)
(04.14) เรารู้แบบครอบๆ แบบกว้างๆไปก่อน แบบแจ่มๆไปก่อน เมื่อเรามีสติตามรู้ต่อเนื่องกันนานๆเนี่ย เดี๋ยวสติมันก็จะละเอียดเอง จิตจะละเอียด จับอารมณ์ได้ละเอียดกว่าเดิม ความละเอียดของจิตนั้นเราบังคับไม่ได้ ต้องแล้วแต่เค้าจะทำหน้าที่ เพียงแต่ว่าเราเพิ่มระลึกรู้ลงไปที่ส่วนหยาบๆ น้ำที่ถูกตัวมันมีความอุ่นๆ เย็นๆ หรือมีความสุขขนาดไหน หรือเกิดความคิดอะไรขึ้นมาเนี่ย เราก็คอยมีสติตามรู้ รู้ตรงไหนก็ได้ รู้ตรงไหนก็เอาตรงนั้นแหละ ไอ้ส่วนที่ไม่รู้นี่ก็อย่าไปสนใจมัน สติจะเกิดเมื่อไหร่นี่เราไม่สามารถจะบังคับได้ แต่เราพยายามที่จะใส่ใจหน่อย ใส่ใจที่จะรู้สึก จะถูสบู่ จับสบู่ก็ให้รู้สึกตัว เอาสบู่มาถูตัวก็มีสติระลึกรู้ตามนะ อาการที่มันนุ่มๆ อ่อนๆ เย็นๆ ร้อนๆ สุขๆ ทุกข์ๆเนี่ย นี่ขณะกำลังอาบน้ำนะ หรือมันคิดมันนึกอะไรก็คอยรู้ตาม รู้เฉยๆ เราฝึกที่จะรู้เฉยๆ อาการที่รู้เฉยๆเนี่ย จิตจะเป็นปรกติ จะรู้สึกว่าจิตนี่สบายๆ ไม่มีเงื่อนไขอะไร ไม่เครียด ไม่มีแรงกดดันจากการที่เรากำลังอาบน้ำ หรือการใช้ชีวิตในแต่ละวัน แค่รู้เฉยๆ ปล่อยๆ วางๆ มันไม่ชัดก็ไม่เป็นไร ไม่ชัดก็รู้ว่ามันไม่ชัด มันเผลอมันลืมไปก็ไม่เป็นไร ก็มาตั้งต้นรู้ใหม่ ใส่ใจอย่างนี้เรื่อยๆ ในแต่ละวันเนี่ย อย่าว่ามีแต่การอาบน้ำเลย การแปรงฟัน การทานข้าว การซักผ้า การกวาดพื้น การจับไอ้นู่น ฉวยไอ้นี่เนี่ย เราคอยมีสติตามรู้ เติมรู้ลงไปทุกครั้งเนี่ย รู้เฉยๆเนี่ย เพื่อรักษาจิตให้เป็นปรกติเอาไว้ ถ้าเราเฉยได้เนี่ย จิตจะเป็นปรกติได้ทันทีเลย อันนี้คือการปฏิบัตินอกรูปแบบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเนี่ย เราก็อย่าลืมการทำในรูปแบบ เราต้องหาเวลาว่างให้กับตัวเราเอง ทำในรูปแบบ เดินจงกรม สร้างจังหวะตามแนวหลวงพ่อเทียน การดูลมหายใจ อันนี้เป็นในรูปแบบที่เราจะต้องทำเสมอๆ การทำในรูปแบบเนี่ยเป็นการเก็บเกี่ยวสติ เก็บเกี่ยวความรู้สึกตัวได้มาก ในแต่ละช่วง แต่ละวันของเราเนี่ย หาเวลาปฏิบัติ เดินจงกรม เท้ากระทบพื้น ก็ให้รู้สึก รู้เฉยๆ แล้วก็ปล่อยไป ก้าวแต่ละก้าวก็ให้รู้สึก การดูลมหายใจ หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ รู้เฉยๆ จะเคลื่อนไหวมือไปมา ให้มีสติตามรู้ รู้เฉยๆแค่เนี้ย รู้แบบปรกติ แบบธรรมดาๆ ไม่ต้องไปปรุงแต่งอะไรต่อเติม การทำในรูปแบบเนี่ยถือว่าสำคัญมาก ทำสม่ำเสมอ แล้วแต่ละวันเนี่ย เราจะต้องตามรู้กระทั่งในรูปแบบ แล้วก็นอกรูปแบบ ตามรู้ไปเรื่อยๆ มันเผลอก็แล้วก็แล้วไป ก็ไม่เป็นไร เราก็เริ่มต้นรู้สึกตัวใหม่ ขอให้ทำอย่างนี้เรื่อยๆเพื่อเป็นการรักษาจิตของเราเนี่ยให้เป็นปรกติ เมื่อจิตเป็นปรกติแล้วเนี่ย เราจะมองทุกสิ่งทุกอย่างเนี่ยเป็นเรื่องธรรมดา จิตที่เป็นปรกติจะมองโลกแล้วก็ชีวิต แล้วก็สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องธรรมดา ใจก็จะไม่หวั่นไหวไปฝั่งยินดียินร้าย สติสัมปชัญญะนี่แหละ เปรียบเสมือนกุญแจเปิดประตูใจให้มันเป็นอิสรภาพจากความคิด จากอารมณ์ที่มาปรุงแต่ง จากความเครียด จิตจะได้เป็นปรกติ มีความสุข แล้วก็สบายใจ.