PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม
  • อาชีพดับทุกข์
อาชีพดับทุกข์ รูปภาพ 1
  • Title
    อาชีพดับทุกข์
  • เสียง
  • 9012 อาชีพดับทุกข์ /aj-kampol/2021-03-04-07-03-37.html
    Click to subscribe
  • {ampz:shareampz}

ผู้ให้ธรรม
อาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันอาทิตย์, 25 มกราคม 2569
ชุด
นักทำใจ
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  •  

    อาชีพดับทุกข์ 


    ท่านให้วางทั้งสุขและทุกข์ การวางทั้งสองได้นี้เป็นสัมมาปฏิปทา ท่านเรียกว่าเป็นทางสายกลาง
    (หลวงพ่อชา สุภทฺโท)


    วันนี้เราก็มาพูดคุยกับตัวเราเองเกี่ยวกับเรื่องอาชีพของเรา ท่านผู้ฟังก็มีอาชีพ ผู้พูดก็มีอาชีพ ทุก ๆ คนเนี่ยก็ต้องมีอาชีพเป็นของตัวเอง อาชีพของเราคืออะไร ลองทายกันสิ ท่านผู้ฟังลองทายสิว่าท่านจะมีอาชีพอะไร อ่ะ ทายละนะ ก็คือ อาชีพดับทุกข์

    ผมเองก็ว่าคนทุกคนเนี่ยมีอาชีพเดียวเท่านั้นที่ต้องทำ คือ อาชีพดับทุกข์ ทุกคนต้องดับทุกข์ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่เว้น ทุกข์ทั้งกายทุกข์ทั้งใจเนี่ย อันนี้ถือว่าเป็นอาชีพหลัก ไม่มีใครจะหลีกหนีจากอาชีพนี้ไปได้ เพราะว่าชีวิตเราเนี่ยตั้งแต่เกิดจนตายเนี่ย เกี่ยวกับเรื่องชีวิตนี่จะต้องอาศัยการดับทุกข์ทั้งนั้น

    ก่อนลืมตาด้วยซ้ำไป เราก็ร้องไห้จ้า การร้องไห้ของเด็กที่เกิดมาใหม่ ๆ เนี่ย อันนี้เพื่อการแก้ทุกข์เขานะ ถ้าเด็กเกิดมาแล้วไม่ร้องไห้นี่ พยาบาลจะต้องตบก้นเพื่อให้กระตุ้นให้เด็กนี่ร้องไห้ เพราะอะไร เพราะว่าการกระตุ้นแบบนั้นน่ะ ช่วยให้เกิดการหายใจ มีการหายใจเริ่มต้นแล้ว แก้ทุกข์ตัวเองด้วยการหายใจ

    แล้วเราเองก็ต้องหายใจตั้งแต่เกิดจนตาย การหายใจแต่ละครั้งเนี่ยก็เพื่อการแก้ทุกข์ แล้วก็ต้องมีการอาบน้ำ ทานอาหาร ขับถ่าย เวลาง่วงก็ต้องนอน เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องไปหาหมอ หายามารักษา คือ ต้องทำ ต้องทำทั้งนั้นอ่ะ เป็นสิ่งที่ต้องทำหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วก็ต้องทำจนกระทั่งตายไป เป็นการดับทุกข์ เป็นทุกขเวทนาทางด้านร่างกาย

    จิตใจก็เช่นเดียวกัน มีอาชีพดับทุกข์ทางใจเหมือนกัน เพราะใจเราเนี่ยเป็นทุกข์มาก ทุกข์มากกว่าร่างกายเสียอีก ทุกข์เพราะว่าถูกกิเลสครอบงำ แล้วเราก็ต้องทำตามกิเลสเพื่อเป็นการแก้ทุกข์ทางใจเหมือนกันนะ เวลามันเกิดความอยากขึ้นมาในจิตใจนี่ อยากได้อะไรสักอย่างเนี่ย ถ้าเราไม่ทำตามความอยากเนี่ย โอ้โห ใจจะเป็นทุกข์มาก ดิ้นรน ทุรนทุราย

    เนี่ย เวลาเกิดความโกรธก็ต้องทำตามความโกรธ ไม่งั้นมันจะทุกข์มาก จิตใจมันจะอึดอัดขัดเคืองอยู่ข้างใน เราแก้ทุกข์ด้วยการทำตามกิเลส แต่เราแก้ทุกข์ได้ชั่วคราวนะ แล้วมันก็ทุกข์ใหม่อีก

    มีความทุกข์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมาในจิตใจเรา เราต้องแก้ไขตั้งแต่เกิดจนตายนี่ อันนี้สมมติอีกสักอย่างหนึ่ง อย่างเช่น ความสงสัยและต้องหาคำตอบ อันนี้เราก็ต้องแก้ตั้งแต่เกิดจนตายนะ เราเกิดขึ้นมาใหม่ ๆ เนี่ย เราร้องไห้จ้า มันมีความสงสัยติดตัวมาแล้ว เป็นทุกข์มาแล้ว แล้วต่อไปเราก็จะมีแต่คำถาม ๆ

    ตอนพูดไม่ได้ ถามใครไม่ได้ ก็ยังสงสัยอยู่ในจิตใจ พอเริ่มรู้เดียงสาก็จะถามคุณพ่อคุณแม่ ถามคนที่เลี้ยงดูเรา อันนี้คืออะไร กินได้มั้ย เราเอาชนะมันได้มั้ย สิ่งเหล่าเนี้ย มันจะมีคำถามตลอดจนคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ดูแลนี่ รำคาญ ถามจนรำคาญ สังเกตดู เห็นมั้ย เด็กจะถามจนเราเบื่อ เพราะว่าเด็กเขาสงสัย แล้วก็จะแสวงหาคำตอบ

    โตขึ้นมาอีกหน่อยนึง ไปโรงเรียน แล้วก็ต้องมีคำถามอีกมากมาย ถามคุณครู สิ่งนู้นสิ่งนี้มันคืออะไร โตขึ้นมาอีกเป็นหนุ่มเป็นสาว เป็นผู้สูงอายุ เข้าวัดก็ต้องถามพระอีก คือจะมีคำถามอยู่เรื่อย

    พระพุทธเจ้ามีจริงมั้ย พระธรรมนี่ดับทุกข์ได้จริงมั้ย พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมจนถึงเป็นขั้นพระอรหันต์ พระอริยบุคคลนี่มีจริงมั้ย นรกสวรรค์มีจริงหรือเปล่า ตายแล้วเกิดหรือไม่

    นี่จะเป็นคำถามพระคุณเจ้าอยู่เรื่อย ๆ เพื่อจะหาคำตอบ ผลสุดท้าย ก่อนเราจะตายไปนี่ มันก็ยังมีคำถามสุดท้ายอีกว่า ตายไปแล้วเนี่ยจะเกิดเป็นอะไร จะเกิดที่ไหน

    เราสงสัยแล้วก็หาคำตอบตั้งแต่เกิดจนตาย ความสงสัยนี่ก็คือความทุกข์นะ เรามีอาชีพดับทุกข์ทั้งทางกายและก็จิตใจตั้งแต่เกิดจนตาย

    แม้แต่เราแสวงหาอาชีพ เช่น อาชีพที่สุจริต ถูกกฎหมาย ถูกศีลธรรม ก็เพื่อการดับทุกข์ หรืออาชีพที่ทุจริต ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม อันนี้ก็เพื่อความดับทุกข์ เพื่อให้ได้ทรัพย์สินเงินทองมา หาซื้อปัจจัยสี่ เพื่อดับทุกข์ให้กับกายและใจเรา

    เรามักจะเข้าใจผิดว่าที่เราแสวงหาทรัพย์สินเงินทองนั้น ก็มาเพื่อให้เราเกิดความสุข มีทรัพย์สินเงินทองเพื่อความสุข อันนี้ยังไม่ถูกต้องนะ เราแก้ทุกข์เราได้ต่างหาก เมื่อแก้ทุกข์เราได้แล้วนี่ ความสุขจึงเกิดขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินเงินทองที่เราหามาได้นั้น แม้ว่าเราจะหามีมากมายขนาดไหนก็ตาม ไม่ใช่ว่ามีทรัพย์สินเงินทองมากมายแล้วเราจะมีความสุขมาก อันนั้นไม่ใช่ บางทีมีเงินมีทองมาก ทุกข์มากก็มี มีความกังวลมากก็มี

    เพราะว่าทรัพย์สินเงินทองที่ได้มานั้น เราก็ยังแก่ เราก็ยังเจ็บ เราก็ยังตาย เงินช่วยให้เราไม่แก่ไม่ได้ แม้นจะชะลอความแก่ด้วยเงินทอง ก็ได้แค่ชั่วคราว เดี๋ยวความจริงคือความแก่ก็ต้องปรากฏขึ้นในตัวเรา

    เมื่อเวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วย เงินทองอาจจะช่วยได้บ้าง แต่ว่าโรคภัยไข้เจ็บบางโรคนี่ มีเงินมีทองก็รักษาไม่หาย โดยเฉพาะความตายเนี่ย ทรัพย์สินเงินทองนี่ซื้อความตายไม่ได้ แม้จะมีทรัพย์สินเงินทองมากมายสักปานใดก็ตาม เราก็ยังดับทุกข์ได้ไม่ตลอด แก้ปัญหาชีวิตเราไม่ได้

    เพราะนั้นเราอย่าไปให้ความสำคัญมันมากนัก ทรัพย์สินเงินทอง เราก็แสวงหาจนลืมตัวเรา ลืมกายลืมใจเรา เงินทองเป็นของชั่วคราว ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ไม่จีรังยั่งยืน มีมากสักปานใดก็ตาม เมื่อเราตายไปแล้วเนี่ย เราก็เอาติดตัวไปไม่ได้ เป็นเพียงแค่เครื่องอาศัยชั่วคราวเท่านั้น อย่าไปยึดติดมันมากนัก

    พระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ว่า ชีวิตคนเราเนี่ย มีแต่ความทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป นอกจากทุกข์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่มีอะไรดับไป

    เพราะนั้นชีวิตของเราเนี่ย จะต้องประกอบอาชีพที่สำคัญก็คือ อาชีพดับทุกข์เนี่ยสำคัญมาก ทุกข์เกิดขึ้นที่ไหน กายกับจิตเนี่ย ที่เรียกว่าตัวเรานี่แหละ คือที่ตั้งของความทุกข์ กายจิตเป็นที่ตั้งของความทุกข์

    ความทุกข์ที่แท้จริงนั้นก็คือความยึดมั่นถือมั่นว่ากายจิตเนี่ยเป็นตัวเราของเรา คือความยึดมั่นถือมั่นนี่แหละ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะดับทุกข์ เราต้องรู้จักปล่อยวาง ถอนความยึดมั่นในกาย ในจิตเราออกเสีย

    การปฏิบัติธรรมเนี่ยคือการทำให้เรารู้จักปล่อยวาง เราจะปล่อยวางตัวเราได้นั้น เราจะต้องอาศัยการสังเกต การตามดูตามรู้ เฝ้าดูเฝ้ารู้ตัวเรา จับผิดตัวเราให้ได้ เลิกจับผิดบุคคลอื่นซะ จับผิดตัวเรา มาสนใจกับตัวเราให้มาก

    กายใจเราเนี่ย ปกติแล้วเนี่ยมันเฉย ๆ อยู่ ถ้าเราตามดูไปเรื่อย ๆ จะรู้ว่า อ๋อ กายนี่มันเป็นทุกข์จริง ๆ จิตใจนี่มันคิดแต่เรื่องความทุกข์ ตามจับผิดตัวเรานี่แหละ เราจะเกิดปัญญา จะรู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องตัวเราว่ามันไม่เที่ยงอย่างไร มันเป็นทุกข์อย่างไร มันบังคับบัญชาไม่ได้อย่างไร เนี่ย สำคัญมาก

    ถ้าเราสามารถปล่อยวางกาย ปล่อยวางใจเราได้แล้วเนี่ย ทุกข์ภายในจิตใจก็จะไม่เกิดขึ้น นี่แหละคืออาชีพที่จะต้องทำทุก ๆ คน คืออาชีพดับทุกข์ เราจะดับทุกข์ได้นั้น เราต้องปฏิบัติธรรม.


logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service