แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]
นี่ก็ได้ถือโอกาสพูดเรื่องชีวิตคืออะไร หรือเรื่องของช่วงชีวิตมาตลอดแล้วนะคะ ก็เพื่อจะเน้นให้เห็นว่า จุดหมายปลายทางของชีวิตของมนุษย์ทุกคน ปรารถนาความสุข ถ้าพูดอย่างคำโลก ง่ายๆ ก็คือความสุข
แต่ถ้าว่าความสุขนี้คืออะไร ถ้าลองให้คำจำกัดความ ขอให้ท่านให้คำจำกัดความของคำว่าความสุข ก็ให้จำกัดความกันต่าง ๆ ตามความต้องการของแต่ละคนซึ่งยากที่จะเหมือนกัน แต่แล้วเมื่อลองคิดดูว่า ความสุขที่ต้องการนั้น พอได้แล้ว พอใจไหม หยุดไหม ไม่หยุด ต้องการต่อไปอีก ได้ตำแหน่งการงานอันนี้ ต้องการตำแหน่งการงานที่สูงไปอีก ได้ลูกคนหนึ่ง อยากได้สอง ได้ผู้ชาย อยากได้ผู้หญิง มีเงินฝากในธนาคาร แสนหนึ่งก็ อักโขอยู่ ไม่เคยนึกเลย บัดนี้ ล้านหนึ่งถึงจะพอ ล้านหนึ่งก็น้อยไปอีก เพราะมันดูจิ๊บจ๊อยเมื่อเทียบกับที่เขาพูดกัน อะไรอะไรมันต้องสิบล้าน ร้อยล้าน เห็นไหมคะ ความสุขของคนไม่เคยนิ่ง ไม่เคยสิ้นสุด ไม่มีขอบเขต
เพราะฉะนั้นเราก็ต้องค่อยๆ รู้จักพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าความสุขอย่างโลกๆ ให้เป็นความสุขสงบเย็น คือความมีชีวิตที่เป็นสุขสงบเย็นและเป็นประโยชน์แก่ตนเองและเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง นั่นก็คือสามารถสร้างความเบา สบายในใจให้เกิดขึ้นได้ นี่คือจุดหมายปลายทาง จุดหมายปลายทางของชีวิต หรือท่านผู้ใดปฏิเสธ หรือว่าท่านผู้ใดปฏิเสธ ว่านี่ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของเรา ของมนุษย์ทุกคน ไม่มีใครปฏิเสธ เพียงแต่ว่าทำยังไงถึงจะได้มันมา มันหยิบยื่นกันไม่ได้ มันไม่ใช่ระฆังใบนี้ มันไม่ใช่ตุ๊กตา มันไม่ใช่วิทยุรถยนต์ มันไม่ใช่วัตถุ มันเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งเราต้องสร้างเอาเอง ต้องทำเอาเอง โดยเริ่มต้นด้วยการที่จะได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอเน้นเรื่องของการศึกษา ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิต เป็นเบื้องต้น เป็นพื้นฐาน เพราะการศึกษาที่ถูกต้องมันจะโยงไปถึงการสร้างครอบครัวที่ถูกต้อง ครอบครัวที่ถูกต้องก็คือครอบครัวที่ มีความสุขสงบเย็น มีความอบอุ่น ในความรัก ความกลมเกลียว ความถนอมน้ำใจกันระหว่างพ่อแม่ลูก ตลอดจนกระทั่งญาติพี่น้อง คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย นี่คือครอบครัวที่อบอุ่น
ถ้าสังคมใดประกอบด้วยครอบครัวที่อบอุ่นเป็นสุขเย็น สังคมนั้นก็เป็นสังคมที่สงบเย็น ทุกท่านทราบดี
เป็นคำพูดที่เราได้ยินซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเราเห็นเป็นของธรรมดา แล้วก็เลยปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่คิดแก้ไข ถ้าเราจะไปดูปัญหาของสังคม คือของคนที่เป็นปัญหาของสังคมในทุกวันนี้ ไปดูเถอะค่ะ คนที่เป็นปัญหาของสังคมน่ะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนไม่มีการไม่มีงานทำนะ บางคนมีตำแหน่งการงานทำอย่างดี เป็นหัวหน้างานเขาก็มี แต่ก็ยังเป็นคนที่เป็นปัญหา เพราะทำงานกับใครไม่ได้ราบรื่น เพราะชอบเอาเปรียบคน เพราะชอบเห็นแก่ตัว เพราะไม่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ฉันจะเอาคนเดียว ฉันจะออกหน้าคนเดียว นี่คือคนที่เป็นปัญหา มาจากไหน รวมทั้งคนที่มีปัญหา ที่ก่ออาชญากรรมต่างๆ หรือคนที่ต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลประสาท โรงพยาบาลโรคจิต นั่นก็คือคนที่มีปัญหาอีกเหมือนกัน ไปดูเถอะค่ะ เห็นจะพูดได้ว่าร้อยก็ทั้งร้อย สาเหตุมาจากครอบครัว ครอบครัวที่แตกแยก ครอบครัวที่ปราศจากความอบอุ่น ครอบครัวที่พ่อไปทางแม่ไปทางลูกไปทาง ไม่มีควาามเห็นอกเห็นใจกัน และครอบครัวเหล่านี้มีไม่น้อย ที่ไม่ได้มีความอัตคัดขาดแคลนในเรื่องของวัตถุเลย มีบ้านอยู่ มีรถยนต์ใช้ มีทีวีดู มีเงินทองจับจ่ายใช้สอย มีอาหารการกินบริบูรณ์ ลูกได้ไปโรงเรียน ได้ศึกษาดี แต่มันมีแต่บ้านที่เป็นเฮ้าส์ แต่มันไม่มีบรรยากาศของโฮมที่เป็นบ้าน พอย่างเท้าเข้าไป ให้หลังใหญ่เท่าใหญ่ มันมีแต่ความว่างเปล่า เคยสัมผัสไหมคะ เคยสัมผัสไหมคะ มันมีแต่ความว่างเปล่า ไม่ใช่ไม่มีคน บางบ้านน่ะมีคนใช้สามคน ห้าคน แต่ไม่มีความหมาย ไม่มีความหมายกับจิตใจเลยสักนิดเดียว
เพราะฉะนั้นเมื่อย่างเข้าไปมันว่างเปล่ามันวังเวงมันไม่มีอะไรจะให้ความอบอุ่นแก่จิตใจ ก็พากันวิ่งหนี พ่อก็วิ่งหนีไปบาร์ ไปไนท์คลับ ไปหาความสุขจาก สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร แม่ก็วิ่งหนีไปหาความสุขจากวงไพ่ จากการสมาคม การเต้นรำ การดื่ม ตลอดจนกระทั่งไปช่วยสงเคราะห์คนอื่น โดยไม่มีเวลาสงเคราะห์คนในบ้าน หรือสร้างความอบอุ่นให้เกิดขึ้นแก่ในบ้าน ลูกก็วิ่งหนี วิ่งหนีไปอยู่กับเพื่อน วิ่งหนีไปอยู่กับยาเสพติด วิ่งหนีไปอยู่กับอบายมุข หรือไปเป็นเหยื่อของคนที่เขากำลังคอยตะครุบ เพื่อใช้ประโยชน์ จากคนหนุ่มคนสาว เห็นไหมคะ ปัญหามันเกิดขึ้นเพราะบ้าน บ้านที่ขาดความอบอุ่น บ้านที่มีพ่อก็สักแต่ว่าได้ชื่อว่าพ่อ แต่หาทำหน้าที่ของพ่อไม่ มีแม่ก็สักแต่ว่าแม่ มีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในบ้าน อย่างดีก็ทำกับข้าวกับปลาไว้ให้กินแค่นั้นเอง นี่มันเป็นสิ่งวัตถุ สิ่งที่ลูกต้องการคือความรัก ความอบอุ่น เหมือนอย่างเรื่องในหนังสือ นิสิตนักศึกษาคงนึกออก “เวลาในขวดแก้ว” ได้อ่านแล้ว ได้ดูแล้วใช่ไหมคะ ปัญหาของใครนะ ของหนิง ของนัท ของจ๋อม ของเอก ของชัย ของป้อม เด็กเหล่านั้นแต่ละคนๆ มีปัญหาไหม ที่ได้อ่านแล้ว หรือท่านผู้ใหญ่ที่ได้ดูหนังดูโทรทัศน์ ดิฉันไม่ได้ดูเพียงแต่ได้อ่านหนังสือ มีปัญหาไหม ปัญหานั้นเกิดจากอะไร แต่ละแห่ง แต่ละคนๆ เขาเครียดไหม มีชีวิตที่เครียดไหม เครียด ทั้งๆ ที่มีบ้านอยู่ มีพ่อ มีแม่ ถึงบางคนจะมีไม่ครบก็ยังมี มีเงินทองใช้สอยพอสมควร ได้มีโอกาสไปเล่าเรียนหนังสือ แต่เครียด แล้วก็วิ่งหนีจากบ้าน ใช้เวลาให้หมดไปด้วยการนั่งรถเมล์ตั้งแต่ต้นสายไปถึงปลายสายบ้าง ก็ไปเดินท่อมๆ ตามห้างสรรพสินค้าบ้าง หรือมิเช่นนั้นก็เถลไถลไปพูดกันคุยกันจนกระทั่งค่ำ จนกระทั่งเย็นบางทีดึกดื่นถึงกลับบ้าน หรืออย่างดี เมื่อขมขื่นเจ็บปวดกับบรรยากาศในบ้านมากเข้าประชดประชันด้วยการไปกินเหล้าเมายา ไปเที่ยวบ้านเพื่อน ผลที่สุดก็ประชดชีวิตด้วยการหาผู้ชายสักคนหนึ่ง คิดว่าบางทีมันจะชดเชยให้เกิดความอบอุ่นในชีวิตขึ้นมาบ้างละกระมัง และผลที่สุดก็จากกันด้วยมีเด็กคนหนึ่งมาอยู่ในท้อง พูดง่ายๆ คือท้องเข้าแล้วก็ไม่มีคนที่จะปรากฏตัวเป็นพ่อแล้วก็ต้องขวนขวายพี่ชาย นายนัทก็ขวนขวายหาเงินรวมทั้งป้อมเพื่อนเพื่อจะไปช่วยกันเอาเด็กคนนั้นออก และอนาคตของหนิงในการที่จะเป็นแม่คนต่อไปก็หมด เห็นไหมคะ หรือนายนัทวันหนึ่งก็นึกชีวิตนี้ ไม่เห็นมีอะไร เอาเพลงความตายมาเปิด ฟังเข้าฟังเข้าเกิดซาบซึ้ง ควักยาแก้ปวดกินเข้าไปเป็นกำและมันคงไม่ต้องตื่นอีก แต่มันก็ไม่ตาย แล้วมันก็ตื่นขึ้นมาอีก พอตื่นลืมตาขึ้นมันยิ่งเลวร้ายเสียกว่าเมื่อก่อนที่จะกินยาเสียอีก ใครที่เคยนึกคิดจะฆ่าตัวตายโปรดทราบเวลาคิดฆ่าตัวตายบางทีมันรู้สึกสวยงาม เออมันจะได้พ้นไปสักทีแต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น และพอลืมตาขึ้นมามันร้ายกาจเสียยิ่งกว่าตอนที่คิดตาย ฉะนั้นนี่ปัญหาของครอบครัวที่อ้างว้าง เดียวดายเพราะเป็นครอบครัวที่ประกอบด้วยจิตที่เป็นมิจฉาทิฐิ น่ากลัวมากเลยเพราะมีแต่จะนำชีวิตของลูกหลานให้ไปผิดหนทาง เดินผิดทาง
ดิฉันชอบคำที่ท่านอาจารย์สวนโมกข์ท่านพูดแล้วก็จำใส่ใจที่ท่านบอกว่า คนมีบุญน่ะคือคนที่เกิดในครอบครัวสิ่งแวดล้อมที่เป็นสัมมาทิฐิ เข้าใจไหมคะว่าทำไมคนอย่างนี้ถึงมีบุญ ไม่ใช่คนมีบุญไม่ใช่เกิดในครอบครัวเศรษฐีหลายพันล้าน หรือไม่ใช่เกิดในครอบครัวจีเนียส (genius) มีมันสมองฉลาด ฉลาดเตลิดเปิดเปิงไปเลย ไม่ใช่ฉลาดอย่างไอสไตล์ ถ้าฉลาดอย่างไอสไตน์แล้วก็ยังจะใช้ได้ เพราะเขามีปรัชญาของชีวิตที่เป็นเรื่องของชาวพุทธอยู่มากมายทีเดียว ไอสไตน์เคยบอกว่า คนที่จะเข้าถึงศาสนาได้จริงนี่ คือคนที่สามารถปลดปล่อยใจของตนเองพ้นจากโซ่ตรวนของชีวิต นี่เขาไม่เคยเรียนพุทธศาสนา ไม่ใช่ชาวพุทธ แต่สิ่งที่เขาพูดมานั้นคือสิ่งที่เป็นธรรมะทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้นดิฉันย้ำเรื่องการศึกษาเพราะมันมีความสำคัญอย่างนี้ แล้วก็อยากจะเห็นเหลือเกินว่าการจัดการศึกษานั้น เพื่อส่งเสริมยกระดับจิตใจของมนุษย์ เพราะเรากำลังต้องการสิ่งนี้ สังคมไทยกำลังอยู่ในระยะวิกฤต เราไม่เคยคิด ผู้ที่มีอายุอยู่ในวัยสี่ห้าสิบปีปัจจุบัน ไม่เคยคิดว่าเราจะมาพบอะไรที่ป่าเถื่อน อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์ ในวิทยุโทรทัศน์ที่เราได้ดูอย่างทุกวัน เราไม่คาดคิด แต่มันก็เป็นขึ้นมาได้ นี่เพราะอะไร เพราะจิตมิจฉาทิฏฐิ ถ้าสังคมเป็นมิจฉาทิฏฐินี่คือ ถ้าอยากจะบอกว่ากรรมนะคะ กรรมอย่างชาวบ้านนะคะ นี่แหละคือกรรมคือเวร แต่กรรมอันนี้ก็เกิดจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องนั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องแก้ และแก้ได้ แก้อย่างชนิดถอนรากถอนโคน นั่นคือแก้ที่การศึกษา แต่ต้องอาศัยเวลา เราต้องให้เวลา เรารู้ว่าการศึกษาไม่เหมือนการหุงข้าว การหุงข้าวนั่นเอาข้าวสารมาซาวแล้วก็ตั้งหม้อตั้งไฟชั่วโมงหนึ่งก็ได้กิน
แต่ว่าการศึกษาอย่างถูกต้องอย่างนี้มันต้องให้เวลา ให้เวลาตั้งแต่เริ่มพรวนดินหาที่ดินให้ถูกต้องจนกระทั่งหาพืชกล้าที่เป็นพันธุ์ดีหว่านลงไป แล้วก็คอยเวลาเก็บเกี่ยว จนกระทั่งเข้าโรงสีจนกระทั่งมาเป็นข้าวสารแล้วก็เอามาหุงเป็นอาหารที่เป็นอาหารพื้นหลักที่มีคุณค่าต่อชีวิตของเรา เพราะฉะนั้นผู้ใดที่อยู่ในวงการศึกษาต้องใจเย็น ต้องใจเย็นต้องอดทนต้องคอยได้ แล้วก็ต้องกล้าหาญด้วย คนขี้ขลาดไม่สามารถจะจัดการศึกษาให้ถูกต้องเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้ เพราะคนขี้ขลาดนั่นคือคนเห็นแก่ตัวหวังผลเร็วๆจะเอาให้ได้อย่างใจผลนั้น ต้องเป็นวัตถุเป็นการตอบแทนเป็นซีเป็นขั้น เป็นเงินเป็นตำแหน่ง ไม่มีวันที่จะจัดการศึกษาเพื่อเพื่อนมนุษย์ได้อย่างถูกต้อง เพราะฉะนั้นในเรื่องของครอบครัวเราถือเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นพื้นฐานของสังคมแล้วมันจะมาจากไหนที่เราจะได้ครอบครัวที่ถูกต้องมันก็ต้องมาจากการศึกษา เพราะฉะนั้นอันนี้จึงขอเน้นเพื่อให้ทราบว่า ถ้าชีวิตของบุคคลใดไม่สามารถจะไปถึงจุดหมายปลายทางดังกล่าวได้ก็เพราะการศึกษานั้นยังมีช่องโหว่ ยังมีจุดที่มันรั่วมันบกพร่องที่เราจะต้องพยายามช่วยกันแก้ไขให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นมัน จึงจะไม่เสียเวลาเปล่าแล้วเราจะไม่ต้องเสียเวลาที่มาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนหมดแรงหมดงบประมาณ งบประมาณจากเมื่อก่อนเป็นร้อยเป็นพัน เป็นหมื่นเป็นแสน เป็นแสนล้านไม่ไหวแล้วต่อไปเงินมันก็ไม่มีค่าเท่านั้นเอง เราไม่สามารถที่จะปล่อยให้สังคมไทยไปคล้ายกับประเทศเพื่อนบ้านดังที่เราเห็นตัวอย่างอยู่รอบตัวเรา ถ้าถามไม่มีทุกคนต้องการไม่ต้องการจะเป็นเหมือนอย่างเวียดนาม เหมือนอย่างลาวเหมือนอย่างเขมร เราต้องการเป็นไทยอย่างที่เราเคยเป็นอยู่แล้วก็เป็นไทด้วย มันจะเป็นได้เพราะการศึกษาที่ถูกต้องให้พร้อมทั้งกายจิตและวิญญาณ
ฉะนั้นก็ขอฝากนิสิตนักศึกษาที่กำลังอยู่ในวัยของการศึกษาช่วยเหลือตัวเองให้ได้การศึกษาที่ถูกต้อง ท่านผู้เป็นผู้ใหญ่ทำงานทำการแล้ว จะเป็นบิดามารดาหรือเป็นครูอาจารย์ หรืออยู่ในตำแหน่งใดที่กำลังเผชิญชีวิตอย่างแสนลำเค็ญในขณะนี้ก็จงเพิ่มเสริมสร้างการศึกษาที่ถูกต้องเพื่อภายในให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตแล้วก็จะสามารถบรรลุถึงจุดหมายปลายทางคือความสุขสงบเย็นได้เป็นแน่นอน ทีนี้อากาศก็ร้อนมากนะคะแล้วดิฉันเห็นใจในความอึดอัดก็แทนที่จะพูดต่อก็อยากจะขอมาเปลี่ยนตอบคำถามเพื่อเป็นการผ่อนคลายบรรยากาศเชิญนั่งตามสบายค่ะ ขยับเนื้อขยับตัวได้ค่ะ จะได้ไม่อึดอัดไม่ปวดเมื่อยมากโดยเฉพาะท่านผู้มีอายุเห็นใจจริงๆ เลย