{ampz:shareampz}
แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]
ฟังธรรมกันเถอะ ให้ตั้งใจฟัง ฟังแล้วก็นำกลับปฏิบัติ อย่าฟังหูออกหู ฟังสักว่าฟังเฉยๆ ฟังแล้วนำไปปฏิบัติจริง สิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดีนำไปละอย่าทำอีก สิ่งดีสิ่งไม่ดีเกิดที่กายที่ใจเรานี้ เราก็เห็นอยู่ ไม่มีใครไม่เห็น หลอกตัวเองหลอกไม่ได้ หลอกคนอื่นอาจจะหลอกได้ สามเดือนที่ผ่านมา วันนี้สามเดือนพอดี ตั้งแต่เราเข้าพรรษาอธิษฐาน เราจะทำความดีอะไร อะไรที่ดี ติดตามความดีที่ตั้งใจไว้ อธิษฐานเรื่องอะไร จะเลิกสูบบุหรี่ เลิกได้มั้ย จะเลิกกินเหล้า เลิกได้มั้ย จะเลิกความโกรธไม่ดุไม่ด่า ทำได้มั้ย จากวันนั้นก็เป็นวันนี้ ถ้าเราเลิกได้วันนี้ก็เป็นอานิสงส์ที่เราทำความดี ได้อาศัยความดีที่มีอยู่ในกายในใจเรา อะไรที่เราทำไปก็ต้องมีความชำนิชำนาญ มีมรรคมีผลเกิดขึ้น ชำนาญเรื่องนั้นเกิดขึ้น ละความชั่วทำความดีก็ชำนาญในการละความชั่ว ชำนาญในการทำความดีมากขึ้น ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เป็นศาสตร์เป็นศิลป์มากขึ้น ชาวนาทำนาก็มีความชำนาญ ปลูกผักปลูกข้าว เห็นต้นกล้าก็รู้จักต้นใดควรเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ปลูกข้าวโพดต้นใดพอเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ฟักแฟงแตงกวาต้นไหนพอจะเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ก็เลือกได้ เลือกได้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับกายกับใจของเราก็เลือกได้ เลือกเอาสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งใดไม่ถูกต้องเอาทิ้งไป เราปลูกแตง เอาใส่หลุมสองเมตรสามเมตรสี่เมตร บางเมตรไปได้ไว เกิด แข็งแรง ไปรุดรุดม้วนป่าม้วนดงไป ไปไกลกว่าเพื่อน ทิ้งเพื่อน บางต้นบางเมตรยังไม่ล้มพุ่มยังไปไม่ถึงไหน ยังนิ่งอยู่ที่เก่า อันนั้นก็ถอนทิ้ง อย่าเอามัน ปลูกข้าวโพดลงหลุมสี่เมตร ห้าเมตร ต้นไหนที่มันแก่ ชูขึ้นชูขึ้น นั่นแหละเอาไว้ ต้นไหนที่ไม่เกิดโตช้าหน่อย ถอนทิ้ง มันจะเปรอะเปื้อนกับสิ่งที่ดี พอมันออกฝักก็ห่อไว้ ห่อไว้ ข้าวโพดพันธุ์ เหมือนกับโบราณเรา ข้าวพันธุ์ไม่ต้องหักไม่ต้องเก็บ แตง ตรงไหนเถาไหนที่ไปได้ดี เวลาออกลูกอย่าเก็บ เอาโคนไม้พุ่มหมกไว้ บอกลูกบอกหลาน ลูกหลานพอไปเก็บแตงเก็บข้าวโพด พอเห็นแม่ห่อฝักข้าวโพดอยู่คาต้น เห็นใบไม้ปกลูกแตงอยู่ ก็ไม่เก็บไปเก็บเอาลูกอื่น เอามาทำพันธุ์ ความชำนาญของผู้ทำไร่ทำสวน ปลูกข้าวชำนาญในการปลูกข้าว เวลาเราเก็บเกี่ยว รวงไหนที่มีเม็ดซ้อนซ้อน เม็ดหนาคู่ แข็งแกร่งยาวกว่าเขาโตกว่าเขา บางทีก็ปอกดูด้วย เม็ดข้าวกล้าอ่อนดี เลือกไว้เอามาเป็นข้าวพันธุ์ต่อไป ก็จะมีมรรคมีผลจนชำนิชำนาญ นับเม็ดได้ถังหนึ่ง ข้าวสารเจ็ดแสนกว่าเม็ด เกือบหกแสนเม็ด ข้าวเปลือกสามแสนกว่าเม็ด หว่านไร่หนึ่งประมาณสี่เม็ด พอชำนาญมากขึ้นได้ผลกว่าคนอื่นที่สุ่มสี่สุ่มห้า อย่างไรก็ต้องมีความชำนาญอย่าซื่อๆ โง่ๆ เห็นกับตาอยู่ หากินความคิดกับคนหมดแล้ว เลือกข้าวปลูกพันธุ์ไม่เป็น พันธุ์พืชไม่เป็น ไปซื้อเอา อีกหน่อยเค้าสงวนลิขสิทธิ์ เม็ดข้าวเม็ดนึงต้องซื้อมาปลูก เม็ดข้าวโพด เดี๋ยวนี้ซื้อแล้ว หลวงพ่อปลูกป่า วัดป่าสุคะโต เปิดที่ใหม่ไฟใหม้ป่า ไถป่าหญ้าป่าพงทิ้ง ปลูกแตง ซื้อแตงมาเป็นพันมาปลูกไม่ได้กินเลย เพราะอะไรเพราะเขาลิขสิทธิ์กัน ไม่ดี เราปลูกแตงบอกใครต่อใครเอารถไปขนเอานะ แตงร้อยไร่ปลูกไม่ได้สักต้น ปลูกฟักทองก็ไม่ได้กิน ทุกวันนี้ มะละกอก็ปลูกไม่ได้กิน มาปลูกนี่ก็ไม่ขึ้น ก็เป็นกรรมของเรา ปลูกอ้อยปลูกข้าวไปด้วยกัน พันธุ์อ้อยเหมาเลย ตัดเป็นมัดเป็นพันธุ์ปลูก เลือกเอาต้นใหญ่ๆ สูงๆ ปล้องห่างๆ ปล้องห่างๆ ผลที่สุดได้หน่อปีเดียวตัด
ปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน อันที่มันเกิดขึ้นกับเราที่มันไม่ดีจำหน้าตามันไว้ อะไรที่มันดีจำหน้าตาไว้ เลือกได้ พระพุทธเจ้าปฏิบัติธรรม ปฐมยาม เบื้องต้น เห็นตัวเอง ชัดเจน เปรียบเทียบเทียบตัวเองเหมือนไม้ไผ่แช่น้ำ เอามาสีไฟแล้วไม่เกิด ยกขึ้นมาจากน้ำไม่แห้งเอามาสีไฟไม่เกิด ส่วนไม่ไผ่ที่ยกขึ้นมาจากน้ำแล้วแห้งแล้วสีไฟย่อมเกิด เปรียบเทียบกับพระองค์ ที่ภาคกายภาคจิต ง่าย กายพระองค์ออกมาอยู่ป่าออกบวชแล้ว แต่ใจยังอยู่ในพระราชวังคิดถึงพิมพาราหุล ก็เปรียบเทียบว่าถ้ายังคิดอยู่อย่างนี้ มันก็เหมือนกับไม้เอาขึ้นจากน้ำแล้วออกมาแล้ว ใจยังชุ่มอยู่กับกิเลสตัณหา ย่อมสีไฟไม่เกิด ฉันใด พระองค์ก็พากเพียรอีกทีหนึ่ง เวลามันคิดไป กลับมา ทำน้อย แทนที่จะได้หลัก อันนี้เอามาใช้กับตัวเอง สอนตัวเอง ยกออกมา พรากออกมา ความรู้สึกตัว รู้สึกตัวมันจะแห้ง เหมือนกับไม้ไผ่ที่มันแห้ง กายก็แห้งแล้ว กายวิเวกแล้วนั่งอยู่ในป่าในดง รับวิเวกแล้ว จิตก็ไม่คิดอะไรแล้ว อยู่ที่กายกายอยู่ที่ไหนจิตอยู่ที่นั่น เวลาคิดไปกลับมา ไม่ได้ชุ่มอะไร ชุ่มอะไรนิดหน่อย กลับมารีบ รีบรอน ไม่ได้ไม่ได้ ชี้ผิดชี้ถูกกับตัวเองมากขึ้น ผลที่สุดแห้ง เหมือนกับไม้ไผ่ที่แห้ง พอเกิดญานขึ้นมาปฐมยาม ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ แต่ก่อนอยู่ที่โน่น บัดนี้อยู่ที่นี่ จุตูปปาตญาณ มีที่อยู่แล้วตั้งมั่นแล้ว รู้จักตัวเอง ให้ไปก็ไม่ไปแล้วอยู่ที่นี่ มั่นคงแล้ว มีที่ตั้งแล้ว เมื่อก่อนรู้จักปัจจุบัน ชีวิตเป็นปัจจุบัน ตั้งอยู่ได้นาน รู้จักตัวเอง อาสวักขยญาณ ทำอาสวะให้สิ้นไปเป็นลำดับอย่างนี้ ทำอะไรก็ชำนาญเรื่องนั้น รู้เรื่องนั้นมากขึ้น อาศัยการกระทำที่ได้ผลที่ได้ใช้ กรรมจำแนกมา สิ่งที่เปียกทำให้แห้ง สิ่งที่หนักทำให้เบา กว่าเก่า อดีตเป็นไง ปัจจุบันเป็นไง ก็รู้จัก สัมผัสได้ จนถึงอาสวักขยญาณทำอาสวะให้สิ้นไป ง่ายนิดเดียว โดยฉพาะภาคปฏิบัติที่เราทำ เวลาเราหลงเราก็รู้ ง่ายนิดเดียว ดีกว่า เวลาหลงรู้ เวลามันโกรธ รู้ ง่ายนิดเดียว ดีกว่าความทุกข์ นี่ทำให้สิ้นไป สิ้นไปนี่ง่าย หน้าที่ขนส่ง ขนส่ง ขนส่ง ให้พ้น ให้พ้น ให้พ้น หลุดพ้นทุกกรณีที่มันเกิดกับกายกับใจเรานี่ มันเป็นอย่างนี้จริงๆ เวลาเราปฏิบัติ เลือกได้อย่างนี้ทำได้อย่างนี้ รู้อย่างนี้จริงๆ ทำได้อย่างนี้จริงๆ เวลามันหลงรู้ได้จริงๆ ทำได้จริงๆ มาเท่าไหร่ก็ เปลี่ยนได้ อยากให้มันหลงอยากให้มันทุกข์ อยากให้มันโกรธจะได้เปลี่ยนมัน สมน้ำหน้ามัน มันทำได้จริงๆ รู้จริงๆ ความหลงไม่ถูกต้องความไม่หลงถูกต้อง ความทุกข์ไม่ถูกต้อง ความไม่ทุกข์ถูกต้องที่สุด รู้อย่างนี้จริงๆ ไม่ต้องถามใคร ไม่มีคำถามใคร มีหลงมีรู้มีทุกข์ มีทุกอย่างที่มันไม่ถูกต้อง เห็นความไม่ถูกต้อง มีกับชีวิตของเราที่เกิดมา ทำไมเราทำไม่ได้ ทำไมจะไม่มาบอกกัน มันก็รู้จริงๆ ปฏิบัติได้จริงๆ เรื่องนี้ จึงนำมาบอกมาสอน นำมาพูดมาบอก หลักวิธี หลักปฏิบัติตาม ไม่ใช่จำอะไรมา เขาว่า ไม่ได้ว่า ทำตามอย่างนี้ ทำตามพระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้ รับผิดชอบคำสอนพระพุทธเจ้า เชื่อศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า ศรัทธาต่อพระธรรม เคารพพระธรรม ความหลงเป็นธรรม ความไม่หลงเป็นธรรม ความหลงไม่เคารพ เคารพความไม่หลง เคารพความไม่ทุกข์ ปฏิบัติอย่างนี้จึงเชื่อพระธรรมว่าเป็นไปได้จริง ปฏิบัติได้จริง เชื่อวิธีปฏิบัติตามหลักของพระสงฆ์ ปฏิบัติดี อยู่ที่นี่ไม่หนีไปไหน อยู่ที่นี่ ปฏิบัติตรง ตรงต่อสิ่งที่ว่าดี รู้ความไม่ดีไม่ถูกต้อง ความดีความไม่ดีตรงกัน ตรงกัน ตรงความดี มาผิดต้องถูก มาทุกข์ต้องไม่ทุกข์ ตรงอย่างนี้ ปฏิบัติออกจากทุกข์ พ้นจากความไม่ดีอย่างนี้ ปฏิบัติเป็นสถาบันมั่นคง มั่นคง ทำได้ เรียกว่าผู้ปฏิบัติอันเดียวกัน พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นอันเดียวกัน มีธรรมะเป็นข้อปฏิบัติ จึงเป็นคุณธรรมที่เกิดขึ้นที่กายที่ใจเรานี้ เราก็มีโอกาสแล้ว มีกายมีใจ มีงานที่ให้ทำอยู่แล้ว เกิดอะไรขึ้นที่กายจะได้เห็น จะได้เพียรทำความดี เวลาล่วงไป ล่วงไป บัดนี้เราทำอะไรอยู่ ยังเหมือนเดิมหรือต่ำกว่าเดิม เลวกว่าเดิม ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมา ถึงจะมีคุณมีค่าขึ้นมา ถ้าเรามีคุณมีค่าก็เป็นประโยชน์ต่อโลก ต่อธรรม ต่อพระศาสนา ยิ่งใหญ่จากคนที่มีกายใจนี่ อย่าปล่อยกายปล่อยใจทิ้ง มาช่วยกัน มาเป็นคนดี มาเป็นคนอยู่โดยชอบร่วมกัน จะได้เป็นสมบัติของโลก เดี๋ยวนี้โลกขาดคนดี รักษา รักษาป่าก็มาลอบกัด คนไม่ดีคนหนึ่งเกิดขึ้น คนหมื่นคนแสนคนก็กระทบกระเทือน มาช่วยกัน สร้างคุกสร้างตาราง คนไม่ถูกกฎหมายมันมาอยู่ มันเกิดที่คนนี่ ถ้าคนไม่ดูแลตัวเอง ให้คนอื่นรับผิดชอบ มันเป็นไปไม่ได้ ต้องนับหนึ่งจากตัวเรานี่แหละก่อน ต้องเริ่มจากตัวเรานี้ตัวใครตัวมันดูแลตัวใครตัวมันให้ดีดี หลักปฏิบัติดูแลกายใจ จะไปไหนมีเท่านี้ มีกายมีใจเท่านี้มีสติเป็นเจ้าของ เห็นมันอยู่มันจะไปทางไหนเห็นมันอยู่ อย่าให้ความหลงมาเป็นเจ้าของ อย่าให้ความโกรธมาเป็นเจ้าของ ทำตามความหลงทำตามความโกรธ มันเป็นความเสื่อมของกายของใจ ก็พึ่งไม่ได้ ตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ ยิ่งเรามีสังคม มีครอบมีครัว ยังพึ่งกันไม่ได้ ไม่มั่นใจต่อกัน ตัวเองก็ไม่มั่นใจ อันตราย ไม่รู้ว่าจะอยู่ยังไง ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แล้วก็มีทุกข์เป็นเบื้องหน้า มีทุกข์หยั่งเอาแล้ว เป็นผู้มีทุกข์เป็นเบื้องหน้า เป็นผู้มีทุกข์หยั่งเอาแล้ว ต้องมีความแก่ความเจ็บความตาย แก่เฒ่าทุกวัน ทางกายนี้ก็ไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วหายไป มีแล้วดับไป รูปธรรมนามธรรม เกิดขึ้นแล้วแก่เจ็บตายไป ไม่มีอะไรเป็นของของตน ถ้ามันเกิดอย่างนี้ก็เสียชาติไปเลย ฟรีเลยชีวิตเนี่ย จะได้ประโยชน์จากกายใจ เป็นมรรคเป็นผล เท่าหัวศร มันทำดีแล้ว ละความชั่วได้ เป็นมรรคเป็นผล กายใจเป็นรูปธรรมนามธรรม ที่เป็นชีวิตของคนนี้ มันมีนรก มีเปรต มีอสุรกาย มีสัตว์เดรัจฉาน เป็นภพเป็นภูมิได้ มีสมอง เสโก ... ไม่เหมือนสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานมันก็เป็นสัตว์อยู่แล้ว มันไม่มีสมองจับมีดจับปืนเข่นฆ่ากัน ลักขโมยกัน ก็หากินธรรมดา แต่คนนี้มีสมอง ทำลายโลกได้ สมองของคนสร้างลูกระเบิดลูกหนึ่ง เป็นร้อยๆล้านบาท เจาะคอนกรีตได้สิบเมตร เอามาทำลายกัน อาวุธเคมี อาวุธนิวเคลียร์ ลูกหนึ่งวางลงที่เอเชียตายหมดเลย สมองของคน คนอื่นทำให้เราตาย ถ้ามันไม่พัฒนาไม่มีธรรมะ มีแต่ทำเพื่อเข่นฆ่ากัน ให้ฉิบหายวายวอด คนมีสมองก็เอาเปรียบคนที่ไม่มีสมองปัญญาทำได้ แม้แต่การอาชีพทุกวันนี้ สมองของตัวเอง คนมีสมอง เป็นเครื่องมือ เราเป็นเครื่องมือของเขา ทำให้คนเป็นหนี้เป็นสิน เอาความมั่งมีให้เศรษฐี เอาความ เป็นหนี้ให้เหยื่อสังคม มีสมองของคน แม้แต่รัฐบาลนี่ที่เราว่าเลือกตั้งตัวแทนของเรา เค้าทำอะไร เราจะต้องอาศัยใครล่ะเรื่องนี้ เฉพาะทำอยู่ทำกิน ต้องไปพึ่งใคร เดี๋ยวนี้เราไม่มีอะไรที่เป็นปัญญาของเราเลย ทำอยู่ทำกิน ใช้พื้นดินใช้วัตถุสิ่งของก็ไม่มีแล้ว รอบตัวเรานี้เราทำอะไรเป็นบ้าง อาศัยอะไรที่ทำใช้บ้าง อาศัยรอบตัวไม่ทำอะไร มีแต่ซื้อ หลวงพ่อปลูกไม้ไผ่เป็นพันพันกอ บอกว่าคนมีอายุ หกสิบปีมาตัดเอาไปใช้ได้ หกสิบปีผู้หญิงก็ตัดไปใช้ได้ ไม่ใช่เอาไปขาย เอาไปใช้งาน ผู้ชายหกสิบปีไปตัดเอามาใช้ สาน จักสานหัตถกรรม เอาไปขาย วันนี้ไปหาซื้อของ เอามาแจก ชาวบ้าน กระติบข้าวอันหนึ่งเป็นร้อย ของใช้ของสอยทำไม่เป็นเลย มีแต่ซื้อเอา ถ้าสานไม่เป็นมาเรียนกับหลวงตาเนี่ย กระติบข้าวนะ ตะกร้า กระบุง ร้อยไม้ไผ่ทุกแบบทำได้ เป็นเอามาใช้ได้ สานถังใช้ได้ กระบุงตะกร้า เดี๋ยวนี้เราทำอะไรไม่เป็น แต่ก่อนโบราณ ปลูกฝ้าย ปลูกของใช้ไม้สอย ทอผ้าใช้เอง ผ้าฝ้ายย้อมคราม สวมใส่ ตากแดด เกี่ยวข้าว ครามกับฝ้าย กับแสงแดด กับเนื้อหนังของคน กับเหงื่อใส่เสื้อฝ้าย ย้อมคราม นุ่งเกี่ยวข้าวระหว่างเนื้อหนัง แสงแดดกับครามกับฝ้าย กลายเป็นยา แข็งแรงแข็งขัน ตากทั้งวันก็ไม่ร้อน เย็น เดี๋ยวนี้ผ้าอะไรที่มันเป็นของใช้นุ่งตากแดด ไหม้เนื้อไหม้หนังแห้งเกรียมไปเลย ร้อน หมดแล้วคนเรา หมดมรดกของคน ทำอะไรไม่เป็นแล้ว ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมก็ไม่เป็น ซื้อเอา ซื้อเอา ถ้าเกิดสงคราม ไม่มีอะไรต่อกัน พึ่งพาอาศัยกันไม่ได้แล้ว เป็นลิงเป็นค่างสมัยก่อน ทำอยู่ทำกินไม่เป็น มีแต่ซื้อเอา ทำอยู่ทำกินทำงานให้มันมีฝีมือบ้าง ทั้งภายในภายนอก ได้อยู่ได้อาศัย ถ้ามีแก่นแท้ของชีวิตที่ดีแล้วมันจะเป็นไปเอง มันจะเป็นวงจรสมบูรณ์ทุกรูปแบบ สังคมก็จะดี เศรษฐกิจก็จะดี สุขภาพก็จะดี จิตวิญญาณเป็นใหญ่ ฝึกหัดดีจิตวิญญาณเป็นใหญ่ ทำดีทุกรูปแบบ แล้วก็ไม่ใช่เราคนเดียว เราเป็นสังคมอยู่ครอบอยู่ครัวยิ่งเป็นประโยชน์ จะติดกันไป พ่อแม่เป็นคนดี เป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ เป็นคนดี เดี๋ยวนี้มีแต่อันตราย ยาบ้า ยาหมาเผยแพร่เข้าสู่ชีวิตของคน เยาวชนของชาติ เดือดร้อน หลายอย่างที่ เป็นพิษเป็นภัยต่อคน บางคนไม่ได้คิดอะไร อยากให้คนติดยาเสพติด พอคนติดยาเสพติดก็ถือว่าเค้าสำเร็จ สงครามติดยาเสพติด บอกให้สูบบุหรี่ก็เลิกไม่ได้ แค่นี้ก็ยอมแล้ว เราคนหนึ่งจะต้องทำดี คิดอย่างนี้มั่นใจนี้ สงสารพ่อแม่ ทำชั่วไม่ได้ จริงจริงนะ เคยทำผิดทำพลาด มันซึ้งใจ ทำไหนก็ไม่อิ่มเท่าทำความดี มันแก่มันเฒ่าง่ายเหลือเกินขอทำความดี มันทำผิดทำพลาดมา ทิ้งลูกทิ้งเมียมา ทิ้งการทิ้งงานมา จะมาเล่นๆ ไม่ได้ ขอทำความดี เป็นหนี้เป็นสินสังคม เป็นหนี้ประเทศชาติมากที่สุด ญาติโยมเค้าช่วยเรา จะกี่ภพกี่ชาติ ขอบวชเป็นพระ ขอทำความดี สะดวกกับญาติกับโยม ไปได้ทุกหนทุกแห่ง ทำความดี ไม่มีอะไรเป็นของตน ทำทิ้งไปทำทิ้งไป ให้เป็นสมบัติของโลก โอกาสของชีวิตคนเรานี่ เลือกได้ มีพุทธศาสนา มีธรรมวินัย มีประเพณี วันนี้ก็จะเป็นวันออกพรรษาปาวารณา ปาวารณาก็คือสัญญาใจกัน เอาไปใช้ในครอบครัวก็ดี สงฆ์ต้องปาวารณา นักบวชต้องปาวารณาต่อกัน เราอยู่ร่วมกันมาอะไรที่มันไม่ดี ก็ขอโทษขออภัยกัน ให้ชี้โทษ เบากันได้ ต่อไปนี้เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เมื่อไปอยู่แห่งหนตำบลใด ก็อย่าทิ้งกัน ได้ยินข่าวว่าไม่ดีก็โทรศัพท์ไปด่าไปว่ากันได้ เวลาบอกเวลาสอนอย่าโกรธกัน ได้ปาวารณาต่อกันแล้วโกรธไม่ได้ ใครชี้โทษ ชี้โทษเรา บอกเรานั่นคือผู้ที่รักเรา ผู้ที่ชี้ความชอบให้เรา มีแต่ความดี ถ้าใครยกย่องเราก็ไม่ค่อยจะดี คุยกันบ้างเรียกลูกเรียกหลานมานั่ง มีแต่พ่อแต่แม่เท่านี้ มีลูกเท่านี้ จะดีจะชั่วอยู่ที่เรานี่ ช่วยกันเถอะ ใครมีความผิดพลาดอะไรก็บอกกันให้ช่วยกัน เป็นตาเป็นหูช่วยกัน เป็นมือเป็นแขนช่วยกัน บอกกันได้นะ ว่ากันได้นะ อย่าโกรธกันนะเวลาบอกเวลาสอน พ่อแม่ก็บอกสัญญากัน ทุกข์ดีมีจนก็เรานั่นแหละช่วยกันอุดรูรั่ว ทำความดี อะไรที่ไม่ดีให้ใช้ช่วยกันละ บอกกันด้วย อย่าโกรธอย่าเคืองกันเวลาบอก ถ้าทำแบบนี้มันจะดีนะเป็นสัญญาใจกัน จะได้มีแนวร่วมเป็นตัวแทนกัน เหมือนมีหูมีตาดูแลกัน จากตาสองตา ถ้ามีพ่อมีแม่ มีผัวเมีมียมีเป็นหลายตา มีมือมีแขนอีก มีสติปัญญา ช่วยกัน ... รากงอก .. จะได้มีความอยู่ดีมีสุข ปาวารณามีประโยชน์ ไม่ใช่เอามาใช้แต่พระสงฆ์ที่อยู่วัด ชาวบ้านด้วย พระสงฆ์กับชาวบ้าน ให้พระด่าชาวบ้านได้ ชาวบ้านมาบอกพระได้ หลวงพ่ออันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่ดีนะหลวงพ่อนะ จะได้ช่วยกัน พระก็จะบอกชาวบ้าน กินเหล้าเล่นการพนันไม่ดี ไปบอกไปดุไปด่าอย่าฮางกัน ให้เหมือนอันเดียวกัน ท่านเป็นคนดีเรามีความสุข ถ้าท่านเป็นคนไม่ดีเรามีความทุกข์ กระทบกระเทือนเราด้วย เราก็พึ่งกันทั้งสองฝ่าย บ้านพึ่งวัดวัดพึ่งบ้าน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อยู่ร่วมกัน ปาวารณา ศาสนาเป็นวัฒนธรรมอันดีงาม วันนี้ก็สมควรแก่เวลา