{ampz:shareampz}
แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 6 มกราคม 2569 วัดป่าสุคะโต
เมื่อไม่กี่วันมานี้มีคนเอาเสียงแล้วก็เอาภาพเคลื่อนไหวของอาตมาไปดัดแปลง ไม่ใช่เพื่อเผยแผ่ธรรมแต่เพื่อขายยา ยาแก้เบาหวาน อันนี้ไม่ใช่อันแรก ก่อนหน้านี้ก็แอบอ้างเอาเสียงเอาภาพเคลื่อนไหวของอาตมาไปหลอกขายยารักษาริดสีดวงทวาร
แล้วไม่ใช่อาตมาคนเดียวที่โดน พระรูปอื่นก็โดน รวมทั้งหมอชื่อดัง ครูบาอาจารย์ที่มีคนเคารพนับถือก็ถูกแอบอ้างเพื่อขายยา อันนี้ผิดกฎหมาย
เมื่อวานนี้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก็ออกแถลงการณ์ชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า การทำเช่นนี้เป็นการฉ้อโกง หลอกลวง แล้วก็ผิดกฎหมายที่เรียกว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย เขาก็บอกว่าผู้เสียหายคือผู้ที่ถูกหลอก แต่ผู้ที่ถูกแอบอ้างสามารถจะฟ้องร้องเอาผิดได้
ตอนนี้ก็มีการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วในฐานะผู้ที่ถูกแอบอ้าง แล้วก็มีการรายงานไปที่ Facebook แล้วก็ YouTube ปรากฏว่าคลิปที่ว่านี้ถูกบล็อกไปเรียบร้อยแล้ว
แต่ก็คงจะมาอีกเรื่อย ๆ เพราะว่าลงทุนไม่ยาก แล้วเดี๋ยวนี้เขาใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า AI ปัญญาประดิษฐ์ คนที่ดูคลิปของอาตมาหรือที่แอบอ้างว่าเป็นของอาตมาก็คงหลงเชื่อ เพราะว่าคำพูด เสียงที่ออกมาก็เหมาะเจาะกับการขยับของปาก แต่นั่นเป็นเพราะว่าใช้ AI ทำได้
แต่ถ้าพิจารณาดูดี ๆ ก็จะพบว่า น้ำเสียงไม่เหมือนกับของอาตมาทีเดียวนัก ยิ่งจังหวะจะโคนแล้วก็แตกต่างกันมาก ที่สำคัญคือ เนื้อหา เพราะถ้าใครที่ติดตามการบรรยายของอาตมาก็จะรู้ว่า อาตมาไม่เคยโฆษณาขายยา หรือโฆษณาขายอะไรเลย
แม้แต่หนังสือของตัวเองก็ไม่เคยโฆษณา มีแต่พูดถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เขาทำความดีช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนยากไร้ เชิญชวนให้ไปบริจาคเงินให้คนเหล่านั้น องค์กรเหล่านั้น ซึ่งทั้งหมดก็เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ตัวบุคคล
เพราะฉะนั้นใครที่ได้ดูคลิปที่ว่านี่ ซึ่งอาจจะหลงเหลือ อาจจะเผยแผ่ทาง LINE ก็ได้ เพราะว่าทางอื่น ทาง Facebook ทาง YouTube ถูกบล็อกแล้ว แต่ทาง LINE ก็ยังมีการเผยแผ่กันได้
ด้วยความหวังดีของคนที่เผยแผ่ แล้วก็เชื่อว่าอาตมาพูดจริง มีคนติดต่อมาที่วัด ขอซื้อยาแก้เบาหวาน ก็ไม่รู้ว่าเอาเบอร์วัดมาจากไหน แล้วก็น่าเห็นใจ คนที่เป็นโรคเบาหวาน อะไรที่จะช่วยตัวเองหายจากโรคนี้ได้ก็เอาทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าแพทย์แผนใหม่หรือการแพทย์แผนใหม่ไม่สามารถจะเยียวยาได้อย่างแท้จริง
เรื่องนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ว่า สมัยนี้เราต้องใช้สติปัญญากันให้มาก แต่ก่อนเรามีเทคโนโลยีผ่อนแรง ทำให้เราไม่ต้องใช้แรงมาก ระยะหลังเรามีเทคโนโลยีผ่อนสติปัญญา โดยเฉพาะ AI ปัญญาประดิษฐ์ หลายคนก็เลยไม่ค่อยใช้สติปัญญาเท่าไหร่
แต่ตรงข้ามยุคนี้ยิ่งมีเทคโนโลยีผ่อนสติปัญญามากเท่าไหร่ ยิ่งต้องใช้สติปัญญามากขึ้น เพราะว่าของปลอม Fake news ภาพ เสียง ข่าวที่หลอกลวง อาจจะหลอกลวงเพื่อเอายอดไลก์ หรือหลอกลวงเพื่อขายสินค้า มีเยอะมาก เพราะว่าต้นทุนทำง่าย
และเดี๋ยวนี้เข้าถึงเราได้ง่าย แต่ก่อนใครจะหลอกลวงขายของให้กับเราทำได้ยาก เพราะว่าอยู่คนละทวีป คนละซีกโลก คนละจังหวัด แต่เดี๋ยวนี้เขาเข้าถึงเราได้ง่ายมากเลย เพราะอะไร เพราะว่าเราใช้โทรศัพท์มือถือ มิจฉาชีพตอนนี้มีเยอะมาก เพราะว่าเข้าถึงตัวเราได้ง่าย ผ่านโทรศัพท์มือถือ แล้วก็มีอุบายต่าง ๆ มากมายที่เราถ้าตามไม่ทันก็จะพลาดท่าเสียที
แต่ถ้ามีสติ มันก็ทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อเขาได้ง่าย สติสำคัญมากโดยเฉพาะเวลาเราเสพ เสพข้อมูลข่าวสารถ้าไม่มีสติก็หลงเชื่อ แต่ไม่ใช่แค่เสพข้อมูลข่าวสาร เสพของใช้ของกินก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ของต่าง ๆ ราคาถูก แต่ก่อนน้ำตาลราคาแพง แต่เดี๋ยวนี้น้ำตาลราคาถูกมาก อาหารอะไรก็ตามมีน้ำตาล มีรสหวานกันทั้งนั้นเป็นตัวนำ
และเป็นเพราะเราไม่รู้จักมีสติ ใช้สติในการเสพ เราก็เลยติดหวาน ติดมัน ติดเผ็ด เสร็จแล้วก็ทำให้ร่างกายเราแย่ ที่จริงโรคเบาหวานถ้าเรารู้จักควบคุมสักหน่อย ควบคุมการเสพ อย่าไปกินหวานมาก ต้องใช้สติเพราะว่าคนเรานี่ชอบหวานอยู่แล้ว แต่ถ้าเรามีความยับยั้งชั่งใจนี่เราก็จะไม่กินหวานมาก
แล้วต้องมีความรู้ด้วยว่า ร่างกายเราต้องการน้ำตาลวันละเท่าไหร่ 32 กรัม แต่เดี๋ยวนี้แค่น้ำขวดก็มีน้ำตาล 36 กรัมแล้ว ยิ่งชาที่บรรจุขวด ชาเขียวมีถึง 40 กรัมเลย พอเราไม่มีความรู้ ไม่สนใจดูฉลาก เราติดในรสชาติ เสพเข้าไป ก็เป็นเบาหวาน ถึงได้เป็นเบาหวานกันง่ายมากเพราะว่าเราใช้สติกันน้อยในการบริโภค
และยิ่งเราไม่มีสติในการเสพข่าวสาร เราก็ยิ่งหลงเชื่อว่ามียาแก้เบาหวานได้ ที่จริงถ้าเราหมั่นออกกำลังกายสักหน่อย ควบคุมอาหารมาก ๆ แม้เป็นโรคเบาหวานก็จะบรรเทาได้ แต่ว่าพวกเราชอบทางลัด ยิ่งถ้าเป็นยาด้วยแล้ว ไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องคุมจิตคุมใจ ไม่ต้องยับยั้งชั่งใจ กินอะไรก็กินได้ กินเหมือนเดิมแต่ว่ากินยา ก็คิดว่าจะหาย
พอคิดอย่างนี้ก็เลยตกเป็นเหยื่อของคนที่คิดจะหลอกลวงเรา ผู้คนชอบนิยมทางลัดก็เลยตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่เขาเสนอยาแก้เบาหวาน ยาแก้โรคหัวใจ ยาสารพัด หลายคนก็เลือกทางนี้เพราะดีกว่าการออกกำลังกาย ดีกว่าการคุมอาหาร แต่ถ้าเราใช้สติ ใช้ปัญญาสักหน่อยก็จะพบว่า คลิปพวกนี้หลอกเรา เวลาเสพข่าวสารเราก็จะระมัดระวังมากขึ้น
แล้วเราก็ตระหนักว่า ทุกวันนี้เรามีภัยอยู่ในอุ้งมือเรา ภัยที่ว่านี้คือโทรศัพท์มือถือ เป็นภัยใกล้ตัวมาก มันสามารถจะเป็นสื่อให้มิจฉาชีพมาหลอกเอาเงินเรา หลอกขายของเพื่อให้เราเสียเงิน เสียเงินไม่พอแล้วบางทีได้ของมาเป็นของไม่ดี
อย่างเช่นคลิปที่อ้างชื่ออาตมาหลอกขายยาแก้เบาหวาน ตอนนี้ อ.ย. ประกาศแล้วว่ามันเป็นยาที่อันตราย เขาไม่รับรอง อย่าซื้อ แต่คนก็หลงเชื่อสรรพคุณ พอซื้อเข้าไปสุขภาพแย่ เสียเงินเสียสุขภาพด้วย และต่อไปก็อาจจะเสียอย่างอื่นมากอีก เพราะว่าพอเชื่อง่ายก็โดนสแกมเมอร์ มิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปต่าง ๆ นานา
เพราะฉะนั้นต้องระมัดระวังให้ดี สมัยนี้แม้จะมีเทคโนโลยีผ่อนสติปัญญา แต่ว่าเรายิ่งต้องใช้สติปัญญาให้มากขึ้นในการเสพข่าวสาร ในการเสพสิ่งต่าง ๆ อย่าเอาแต่สนองความพอใจ หรือปรนเปรอกิเลสของเรา
ถ้าใครที่ได้ดูคลิปนี้ก็ให้รู้ว่าอันนี้ของจริง ไม่ได้มีการเติมแต่ง ให้เราสังเกตด้วย ใช้วิจารณญาณหน่อย คลิปอื่นปลอมแต่คลิปนี้จริงแน่นอนเลย แต่ว่าอย่าหลงเชื่อ เอาไปพิจารณาดูว่าที่อาตมาพูดจริงไหม ต้องใช้วิจารณญาณ ใช้สติ ใช้ปัญญาเสมอ ไม่ใช่พูดถูกใจแล้วเชื่อหมด ถูกใจแต่ว่าไม่ถูกต้องก็มี ต้องระมัดระวัง.