PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
  • เยียวยาใจจากโรคปีใหม่
เยียวยาใจจากโรคปีใหม่ รูปภาพ 1
  • Title
    เยียวยาใจจากโรคปีใหม่
  • เสียง
  • 15852 เยียวยาใจจากโรคปีใหม่ /aj-visalo/2026-09-24-06-42-41.html
    Click to subscribe
  • {ampz:shareampz}

ผู้ให้ธรรม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันพฤหัสบดี, 24 กันยายน 2569
ชุด
ธรรมะสั้นๆ ก่อนอาหารเช้า 2569
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แสดงธรรมเช้าวันที่ 5 มกราคม 2569 วัดป่าสุคะโต

    เช้าวันนี้หลายคนตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสดใส เพราะอะไร เพราะว่าวันนี้เป็นวันแรกของการทำงานหลังปีใหม่ หลายคนหยุดงานยาวรวมแล้ว 9 วัน

    พอต้องมาทำงาน เริ่มต้นวันนี้ จะรู้สึกห่อเหี่ยว อันนี้ก็เป็นผลพวงจากการที่เที่ยวสนุกสนาน เพลิดเพลิน ใช้ชีวิตตามสบายต่อเนื่องกัน 8-9 วัน พอต้องลุกมาทำงาน ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปเลย แค่คิดว่าต้องไปเบียดเสียด ไม่ว่าบนท้องถนน หรือว่าบนรถไฟฟ้า ก็เครียดแล้ว อันนี้ธรรมดา

    ที่ญี่ปุ่นเป็นที่รู้กัน มีโรค ๆหนึ่งเรียกว่าโรคปีใหม่ เขาตั้งชื่อเสร็จสรรพว่า “โชกัตสึเบียว” ตั้งชื่อแบบนี้เพราะว่าเป็นกันเยอะทุกปี เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากทั้งประเทศเลย โรคปีใหม่จะมีอาการประเภท ง่วง หงอย เบลอ ไม่ค่อยมีสมาธิ หงุดหงิด ไม่มีอารมณ์พูดคุยกับใคร แล้วก็รู้สึกว่าโลกนี้มันหนัก

    เพราะอะไร เพราะว่าก่อนหน้านั้นหยุดยาว 9 วัน หยุดยาวก็นอนดึก ตื่นสาย สบาย แล้วก็เที่ยวเล่น เล่นเกม หรือกินเหล้าฉลอง ทำอะไรสารพัดที่สบายใจ สนุกสนาน ไม่ต้องทำงาน แล้วก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก หลายคนก็อบอุ่น มีเพื่อนมาฉลอง

    และคนที่สบายกลุ่มหนึ่งคือพวกแม่บ้าน ถ้าวันธรรมดาก็ทำงานหนัก แต่พอถึงวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีคนมาช่วยเยอะ ลูกๆ ก็หยุดเรียน สามีก็หยุดงาน ฉลองกัน บางทีก็มีญาติมาช่วยกันทำอาหาร คนเป็นแม่บ้านไม่ต้องทำอะไรเลย เรียกว่าสบายใจ

    แต่พอเช้าวันที่ 5 วันจันทร์ ต้องกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งก็เกิดความอาลัยอาวรณ์ด้วย อาลัยอาวรณ์ความสนุกสนาน ความเพลิดเพลินที่เคยมี แต่ว่าบรรยากาศนั้นหมดไปแล้ว เหมือนคนที่ไปงานเลี้ยง สนุกสนาน

    แต่พอเลิกรา ไม่ค่อยอยากจะลุก ไม่ค่อยอยากจะกลับบ้านเท่าไร จนเขาต้องมีการเตือนว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ขณะที่กำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงก็ให้ระลึกไว้ว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา อย่าไปสนุกสนานมาก แต่หลายคนไม่ได้นึก ตอนที่มีงานเลี้ยงสนุกสนาน ใช้ชีวิตตามสบาย ก็เพลิดเพลิน พอช่วงเวลานั้นหายไปก็เกิดความอาลัยอาวรณ์

    เท่านั้นไม่พอ ยิ่งมานึกถึงงาน หรือนึกถึงชีวิตที่รออยู่ข้างหน้า ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน และต้องสวมบทบาท คนเป็นลูกน้องก็ต้องเชื่อฟังเจ้านาย คนที่เป็นเจ้านายก็ต้องทำตัวขยันขันแข็ง คนที่เป็นแม่บ้านก็ต้องทำตัวให้เรียบร้อย คนที่เป็นพนักงานก็ต้องทำตัวสงบเสงี่ยม การที่ต้องสวมบทบาทตามความคาดหวังทางสังคม ก็ทำให้หลายคนรู้สึกอึดอัด แต่ก็จำต้องทำ เพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

    นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้คนญี่ปุ่นจำนวนมากเกิดโรคปีใหม่ คล้ายๆ ฝรั่ง ก็มี “โรควันจันทร์” (Monday Blues) โรคแบบนี้แย่หน่อย เพราะเกิดขึ้นทุกอาทิตย์เลย โรคปีใหม่อย่างน้อยเกิดปีละครั้ง แต่ก็เกิดกันทั่วประเทศ แล้วอาการหนักมาก

    จนกระทั่งผู้รู้เขาแนะนำว่า ก่อนที่จะไปทำงานวันแรกในปีใหม่ ก็จะมีการแนะนำต่างๆ เพื่อปรับตัว เช่น มีการแนะนำว่า ให้นอนเป็นเวลา ตื่นเป็นเวลา อย่าทำเหมือนที่เคยทำตอนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตอนนั้นนอนดึกตื่นสาย แต่ว่าตอนนี้จะทำงานแล้ว ก็ต้องนอนเป็นเวลา ช่วยได้เยอะ ถ้านอนเป็นเวลา ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง ตื่นตัวเร็ว

    ตอนตื่นเช้า ให้แสงแดดเข้าตา 15 นาทีหลังตื่น จะช่วยทำให้เกิดสารสื่อประสาท อย่างเช่น เซโรโทนิน ทำให้เกิดความตื่นตัว สดใส แล้วเขายังแนะนำให้กินอาหารโปรตีน โปรตีนของญี่ปุ่นก็พวกมิโซะ พวกปลา และที่ขาดไม่ได้คือออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินวันละ 20 นาที พวกนี้ช่วยปรับฟื้นฟูร่างกายให้กลับมากระตือรือร้น กระฉับกระเฉง จนทำให้ความง่วง ความหงอย ความหงุดหงิด ค่อยๆ บรรเทาเบาบางลง

    แต่นั่นเป็นเรื่องการปรับตัวทางกาย ปรับตัวทางใจก็สำคัญ อันนี้ไม่ใช่เฉพาะคนญี่ปุ่นอย่างเดียว คนไทยด้วย แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะเทศกาลปีใหม่อย่างเดียว เทศกาลอื่นด้วย คือเวลาสนุกสนาน ก็อย่าปล่อยใจเพลิดเพลินกับมันมาก เพราะว่า เมื่อสุขมากก็ทุกข์มาก เมื่อดีใจมากก็หงอยง่าย

    คนที่หัวเราะเสียงดัง เวลาเศร้าก็เศร้าเสียงดัง ร้องไห้เสียงดัง เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากจะหงอย เมื่อเที่ยวเสร็จ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ก็อย่าไปเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงมากเกินไป สุขกับทุกข์มาด้วยกัน สุขมากก็ทุกข์มาก เหมือนกับลอยสูง ปล่อยใจลอยสูง พอตกลงมาเจ็บ ยิ่งสูงเท่าไร ตกลงมาก็ยิ่งเจ็บ ถ้าไม่อยากเจ็บ ก็อย่าปล่อยใจลอยให้สูงเกินไป มีสติเตือนใจบ้างว่าอย่าไปเพลิดเพลินกับความสนุกสนานมาก

    อันนี้รวมถึงความเพลิดเพลินในโชค ในลาภ ในความหนุ่มความสาว ในรูปร่างหน้าตา ในของที่มี เพราะของพวกนี้มันไม่เที่ยง พอถึงเวลามันหมดไป ก็จะเศร้าเสียใจ ยิ่งดีใจมากเท่าไร ตอนที่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว ตอนที่มีโชคมีลาภ พอแก่ชรา พอโชคลาภหายไป ทุกข์มากเลย

    เหมือนกัน เวลามีคู่รักคู่ครองที่ถูกใจ ก็อย่าไปเพลิดเพลินกับมันมาก เพราะว่าถึงเวลาที่แยกทางกันหรือจากกัน จะหงอยมาก คู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน พอฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มหายตายจากไป อีกฝ่ายหนึ่งเหมือนกับตกนรกเลย

    อันนี้เป็นธรรมดาของโลกธรรม ของความไม่เที่ยง ดีใจมากเท่าไร ในคำชื่นชมสรรเสริญ ก็จะเศร้าเสียใจโกรธแค้นมากเมื่อเจอคำตำหนิ คำนินทา ฉะนั้นพระจึงสอนว่าอย่าไปยินดียินร้ายมาก เช่นเดียวกันเวลาเจอเทศกาลแบบนี้ แม้ใจจะชอบก็อย่าไปเพลินกับมันมาก

    และที่สำคัญ คือเมื่อต้องไปทำงาน ก็อย่ามองเห็นแต่ปัญหาหรือภาระ ถึงแม้ต้องไปทำงาน ก็ต้องทำ ต้องให้เวลากับงาน รู้สึกมีภาระ แต่อย่ามองเห็นแต่ปัญหา อย่ามองเห็นแต่ภาระ ให้มองเห็นด้านดีด้วย ไปทำงานก็ได้เจอเพื่อน ได้ใช้ศักยภาพ ได้เติมเต็มความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า

    บางคนไปทำงานเห็นแต่ปัญหา นึกถึงแต่หน้าเจ้านาย นึกถึงแต่ภาระ แต่ไม่ได้มองว่ามันก็มีสิ่งดีๆ อยู่ จากงาน หรือในที่ทำงาน ให้มองเห็นสิ่งเหล่านี้บ้าง จะได้ไม่เครียด ไม่อย่างนั้นพอนึกถึงวันที่ต้องไปทำงานแล้วจะมีแต่ความเครียด เพราะเห็นแต่ปัญหา อันนี้เรามองแต่ลบ

    มามองบวกบ้าง มองเห็นสิ่งดีๆ ที่ช่วยเติมสุขให้ใจบ้าง แล้วก็จะมีกำลังใจ จะไม่ห่อเหี่ยว หดหู่ หรือว่าเครียด เมื่อถึงคราวที่ต้องไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นวันแรกของปี หรือว่าวันแรกของอาทิตย์.

logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service