PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
  • อย่าหลงเชื่อผู้วิเศษ
อย่าหลงเชื่อผู้วิเศษ รูปภาพ 1
  • Title
    อย่าหลงเชื่อผู้วิเศษ
  • เสียง
  • 15848 อย่าหลงเชื่อผู้วิเศษ /aj-visalo/2026-09-03-02-51-53.html
    Click to subscribe
  • {ampz:shareampz}

ผู้ให้ธรรม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันพฤหัสบดี, 03 กันยายน 2569
ชุด
ธรรมะสั้นๆ ก่อนอาหารเช้า 2569
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แสดงธรรมก่อนฉันเช้า วันที่ 3 มกราคม 2569 วัดป่าสุคะโต

    มีเรื่องหนึ่งที่ได้ยินได้ฟังมาร่วม 20 กว่าปีแล้วแต่ก็ยังมีประโยชน์ ยังใช้ได้กับคนในยุคนี้หรือพ.ศ.นี้ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเป็นนักธุรกิจ วันหนึ่งก็ชวนกันไปเล่นกอล์ฟชานเมืองกรุงเทพฯ เป็นสนามกอล์ฟที่สำหรับนักธุรกิจหรือเศรษฐีก็ว่าได้ ราคาก็แพง ค่าเป็นสมาชิกไม่ใช่น้อย รอบๆสนามกอล์ฟนี้มีคฤหาสน์ราคานับ 10 ล้านอยู่รายรอบ ถ้ามาเล่นกอล์ฟก็มาค้างคืนที่คฤหาสน์ หรือว่ามาค้างคืนที่คฤหาสน์แล้วรุ่งเช้าก็มาตีกอล์ฟ

    มีคราวหนึ่งผู้เป็นสามีหวดลูกกอล์ฟแรงไปหน่อย ลูกกอล์ฟกระเด็นลอยไปกระแทกกับหน้าต่างในคฤหาสน์หลังหนึ่ง เสียงดังเพล้ง ๆ ๆ เป็นระยะๆ สามีกับภรรยาก็หน้าซีด เดินเข้าไปที่คฤหาสน์นั้นด้วยความรู้สึกพรั่นพรึง เห็นเศษแก้วเศษกระจกอยู่เต็มพื้นคำนวณค่าความเสียหายก็คงจะไม่น้อย สำรวจสักพักก็ไปเจอเจ้าของบ้าน

    เจ้าของบ้านก็ตัวใหญ่แต่ว่ายิ้ม แล้วพูดว่า “ขอบใจนะที่ช่วยทำขวดแก้วแตกจนฉันออกมาได้  ยักษ์อย่างฉันก็อยากจะตอบแทนพวกเธอ ขออะไรก็ได้ 2 อย่าง” “ฉันขอเพียงอย่างเดียว...” สามีภรรยาคู่นี้ก็สนทนาด้วยสักพัก ปรึกษากันสักครู่ก็บอกว่า “โอเค”

    สามีเป็นฝ่ายเริ่มก่อน “ขอเงินเดือนละ 10 ล้าน” ยักษ์บอก “ความปรารถนาของเจ้าจะเป็นจริงแล้ว ภรรยาล่ะ” ภรรยาบอก “ขอแมนชั่น” แมนชั่นเลยนะไม่ใช่คอนโด ขอแมนชั่นทุกประเทศ ยักษ์ก็ตอบว่า “ความปรารถนาของเจ้าจะเป็นจริง”

    แล้วยักษ์ก็บอกว่า “ฉันขออย่างเดียว ขอหลับนอนกับภรรยาของเจ้า” สามีภรรยาปรึกษากันสักพักก็ตกลงยอม ภรรยาก็ยอมให้ยักษ์หลับนอนด้วย

    ผ่านไป 2- 3 ชั่วโมง ยักษ์ก็ถามฝ่ายผู้หญิงว่า “สามีคุณอายุเท่าไหร่” ผู้หญิงก็ตอบว่า “38”  ยักษ์เลยพูดว่า “อะไรกันอายุยังไม่ถึง 40 เลย งมงายเชื่อเรื่องยักษ์ในขวดหรือนี่”

    แปลว่าอะไร แปลว่าโดนหลอกแล้ว คนที่สมอ้างว่าเป็นยักษ์ในขวด อ้างว่ามีฤทธิ์มีเดช สามารถบันดาลอะไรต่ออะไรได้ ที่จริงก็มาหลอกสามีภรรยาคู่นี้เพียงเพื่อจะได้หลับนอนกับผู้หญิง

    เรื่องนี้อาจจะหลายปีมาแล้วแต่ก็สอนใจคนสมัยนี้ได้เลย โดยเฉพาะคำพูดของยักษ์ที่บอกว่า อายุไม่ถึง 40 เลยงมงาย เชื่อเรื่องยักษ์ในขวด คนสมัยนี้อาจจะไม่รู้จักเรื่องยักษ์ในขวดอย่างในเรื่องอาลาดิน แต่ก็เชื่อเรื่องผู้วิเศษ หลายๆคนเชื่อเรื่องผู้วิเศษทั้งที่เรียนจบปริญญาเอก แต่ก็เชื่อผู้วิเศษว่ามีฤทธิ์สามารถดลบันดาลให้ร่ำรวยได้

    เดี๋ยวนี้มีคนจำนวนไม่น้อยอ้างตัวเป็นผู้วิเศษ เป็นอาจารย์บ้าง เป็นหมอบ้าง อวดว่าตัวเองสามารถจะบันดาลให้ร่ำรวย มั่งมี เป็นเศรษฐีได้ ผู้วิเศษบางคนก็ห่มเหลือง เรียกตัวเองว่าเป็นพระ หลวงพ่อ อาจารย์ หลอกคนให้หลงเชื่อว่าสามารถจะบันดาลให้ร่ำรวยได้ ขอเพียงแต่มาทำบุญกับหลวงพ่อ บางทีก็อ้างบุญเพื่อชักชวนให้คนยอมที่จะเสียเงิน บางคนก็หมดเงินไปเป็น 10 ล้าน 100 ล้าน

    มีนักธุรกิจร่ำรวยหลายคนเสียเงินกันไปมากมายหลายสิบล้าน ให้กับคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้วิเศษ หรือบางทีก็อ้างตัวว่าเป็นพระอรหันต์ มาทำบุญกับอาตมาแล้วจะร่ำรวย จะได้บุญ ได้โชค ได้ลาภ ดังคำพูดของคนที่อ้างตัวเป็นยักษ์ว่า “อะไรกันอายุยังไม่ถึง 40 งมงายเชื่อเรื่องยักษ์ในขวด” เดี๋ยวนี้อาจจะไม่รู้จักเรื่องยักษ์ในขวดแล้ว แต่งมงายเชื่อเรื่องผู้วิเศษ ที่ตอนนี้ก็อ้างตัวกันอยู่มาก ที่เป็นข่าวคราวกันมากมายก็เพราะไปหลงเชื่อผู้วิเศษว่าจะทำให้ร่ำรวยได้  จะบันดาลให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองได้

    โดยเฉพาะการอ้างบุญเพื่อมาล่อหลอกให้คนทำบุญมากๆ เพราะทำบุญกับผู้วิเศษหรือทำบุญกับพระอรหันต์แล้วจะร่ำรวย มีโชค มีลาภ คนก็แห่ไป แล้วเดี๋ยวนี้ผู้วิเศษก็มีหลายรูปแบบ ไม่ใช่มีเฉพาะที่เป็นพระ หัวโล้น ห่มเหลืองเท่านั้น บางทีก็เป็นฆราวาสอ้างตัวว่าเป็นเทพ หรือเป็นเครื่องทรงของเทพ ไม่ว่าจะเป็นพิฆเนศ ชูชก หรือว่าพระอินทร์ และสามารถจะดลบันดาลอะไรต่ออะไรได้

    นิทานเรื่องยักษ์ในขวดที่เล่ามานี้สอนใจได้ดี ถึงแม้ว่าจะเรียนสูงแต่พอความโลภทำให้บดบังสติปัญญา ทำให้หลงเชื่ออะไรง่ายๆโดยเฉพาะศรัทธาที่งมงาย พอมีศรัทธาที่งมงายแล้วก็ทำให้ถูกหลอกได้ ที่จริงพวกสแกมเมอร์เองก็มาหลอก มาอ้างว่าสามารถจะช่วยเป่าคดีได้ บางทีไม่ได้มีคดีอะไร แต่อ้างว่าเราถูกกล่าวหา พบหลักฐานว่าค้ายาหรือทุจริต ก็หลงเชื่อและยอมเสียเงินมากมาย อย่างนี้เรียกว่าเป็นความงมงายแบบหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็แพร่ระบาดไปมาก

    แต่ความงมงายในเรื่องการเชื่อสแกมเมอร์นั้นไม่ใช่ความงมงายในเรื่องการเชื่อผู้วิเศษ แต่ที่งมงายในเรื่องผู้วิเศษนี้ก็มีกันมาก โดยเฉพาะในยุคที่เรียกว่ายุคสายมูอย่างนี้ ยิ่งวันพระด้วยแล้วก็อยากจะทำบุญมากๆกับพระที่อ้างว่าเป็นผู้วิเศษ จะได้มีโชค มีลาภ

    ปีใหม่ก็ต้องตั้งสติให้ดี ใคร่ครวญศรัทธาของเรา ว่าเป็นศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญาหรือไม่ ที่จริงศรัทธาที่งมงายนั้นจะไม่มีอำนาจครองงำใจของเราได้ถ้าไม่มีความโลภ ใฝ่เสพ อยากได้ พออยากได้แล้วก็ทำให้สติลบเลือน วิจารณญาณผิดพลาด จึงตกเป็นเหยื่อของผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้วิเศษ อ้างตัวว่าเป็นยักษ์หรือพระอรหันต์ที่สามารถดลบันดาลอะไรให้ได้

    แต่ถ้าหากว่าไม่มีความโลภแล้ว สติจะทำงานได้ดี จะเกิดปัญญาใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาพูดมาเป็นความจริงหรือไม่ น่าเชื่อถือหรือเปล่า  ศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญาก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย แต่ถ้าเกิดมีความโลภเสียแล้ว ความโลภก็จะบดบังวิจารณญาณ ทำให้สติ ความรู้สึกตัวเสื่อมไป ศรัทธาที่มีก็จะกลายเป็นศรัทธาที่งมงายไปได้ และตกเป็นเครื่องมือของพวกมิจฉาชีพที่จะมาหลอกเอาผลประโยชน์สารพัด

    เพราะฉะนั้นวันพระก็ต้องรู้จักมีสติใคร่ครวญศรัทธา เพื่อให้มีศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญาเรียกว่าศรัทธาญาณสัมปยุต แต่ถ้าศรัทธายังเป็นศรัทธาที่งมงายก็จะเสี่ยงต่อการเสียผู้เสียคนหรือหมดเนื้อหมดตัวได้.

logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service