พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 31 ธันวาคม 2568
มีชายหนุ่มคนหนึ่งตั้งใจว่าจะไปส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ภูทับเบิก เช้ามืดวันที่ 31 ธันวาคมอย่างวันนี้ แกก็ตั้งใจจะขับรถไปภูทับเบิก แต่ว่าก่อนที่จะสตาร์ทรถแกก็ขอพรจากเทวดา คือพระพิฆเนศ เพราะในรถแขวนเหรียญพระพิฆเนศ ก็เอามือพนมมือแล้วก็ขอให้พระพิฆเนศช่วยปกปักรักษาให้การเดินทางราบรื่นปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุใด ๆ
เสร็จแล้วก็เตรียมจะสตาร์ทรถ ก็ได้ยินเสียงพูดขึ้นมา เสียงดังขึ้นมาว่า เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง หนุ่มคนนั้นจำได้ว่าเป็นเสียงของเทวดาอารักษ์ ก็เลยสวดอิติปิโสหนึ่งจบ สวดเสร็จก็จะสตาร์ทรถก็มีเสียงเทวดาบอกว่า เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง หนุ่มคนนั้นก็นึกขึ้นได้ ก็สวดคาถาชินบัญชร
จบแล้วจะสตาร์ทรถก็ยังมีเสียงจากเทวดามาอีกว่า เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง ชายคนนั้นก็งงว่าลืมอะไรไป ก็เลยถามเทวดาว่า ลูกช้างลืมอะไรหรือ เทวดาบอกว่า เจ้าลืมคาดเข็มขัดนิรภัย
ปีใหม่ใคร ๆ ก็อยากได้พร และพรที่อยากได้ก็เป็นพรจากผู้ที่ตนเคารพนับถือ พระสงฆ์องค์เจ้า ยิ่งได้เป็นพระอรหันต์ยิ่งดี หรือมิฉะนั้นก็จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น เทวดาอารักษ์ แต่ว่าพรอย่างหนึ่งที่คนมักจะมองข้ามคือ ความไม่ประมาท หรือถ้าพูดรวม ๆ ก็คือธรรมะ พรนี่พิเศษมาก ความไม่ประมาท
ชายหนุ่มคนนี้คิดแต่จะขอพรจากพระพิฆเนศ แต่ลืมไปว่าความปลอดภัยจะเกิดขึ้นกับตัวเองได้หรือแคล้วคลาดจากอันตราย ความไม่ประมาทสำคัญมาก เช่น ก่อนจะขับรถก็ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยก่อน เพราะไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมาเทวดาช่วยได้ยาก
มีหลายคนจะไปฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก่อนจะขับรถก็ขอพร ยกมือท่วมหัวขอให้เทวดาปกปักรักษา แต่ปรากฏว่าไปเจออุบัติเหตุ รถชนต้นไม้ ตายเลย ปีใหม่ยังไม่ทันสิ้นสุดเลย เจ้าตัวก็ไปเสียแล้ว นี่ถ้าคาดเข็มขัดนิรภัยก็น่าจะรอด หรือถ้าให้ดีก็อย่ากินเหล้า
คนที่ตายเพราะว่ากินเหล้าจนเมา เกิดความประมาทก็เลยเกิดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้ ยังไม่ทันไปถึงงานเลย ส่งท้ายปีเก่า ปีเก่ายังไม่ทันจะจากไปเลยตัวเองจากไปเสียแล้ว นี่เพราะว่าสนใจแต่พรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ว่าลืมพรที่เกิดจากธรรมะ
ธรรมะนี่ก็เปี่ยมไปด้วยพร แต่ว่าธรรมะจะให้พรกับเราได้เราต้องลงมือน้อมนำมาปฏิบัติกับตัวเอง เช่น ความไม่ประมาท การคาดเข็มขัดนิรภัยมันแสดงถึงความไม่ประมาท แต่บ่อยครั้งเราประมาทเพราะว่าคาดเข็มขัดนิรภัยกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่เห็นเกิดอุบัติเหตุอะไร ก็เลยคิดว่าครั้งนี้ไม่คาดจะเป็นอะไรไป
แต่ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุใด ๆ มันไม่ได้หมายความว่าครั้งต่อไปจะไม่เกิด เหมือนคนเราตั้งแต่เกิดจนมาถึงวันนี้ไม่เคยหยุดหายใจเลย มันไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้หรือคืนนี้จะยังหายใจอยู่ต่อไป ทุกคืนเรานอนแล้วก็ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น แต่มันไม่ได้หมายความว่าคืนนี้เราหลับไปแล้ว เราจะตื่นฉลองปีใหม่ หลับแล้วอาจจะไม่ตื่นก็ได้ เช่นเดียวกัน
เดินทางเป็นร้อย ๆ เที่ยวไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่ได้หมายความว่าครั้งหน้าหรือครั้งนี้จะไม่เกิด เพราะฉะนั้นแม้ว่าครั้งที่ผ่านมาไม่เกิดอุบัติเหตุแต่ก็สมควรที่จะคาดเข็มขัดนิรภัย
แต่ว่าคาดเข็มขัดนิรภัยนี่มันก็เป็นแค่สิ่งเล็กน้อยที่ส่อถึงความไม่ประมาท เราต้องใช้ความไม่ประมาทกับการใช้ชีวิต หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย หรือพูดง่าย ๆ คือ ทำความเพียร เพราะความเพียรนี่แหละคือพรที่ประเสริฐ
คนไทยนี่เวลาจะให้พร ก็ให้พร ขอให้โชคดี ๆ แต่คนญี่ปุ่นเขาจะให้พรอีกแบบหนึ่ง เขาไม่ได้ขอให้โชคดี เขาจะให้พรว่า กัมบัตเตะ ขอให้มีความเพียร เพราะว่าโชคจะเกิดหรือเปล่าไม่รู้ แต่ความเพียรถ้าทำแล้วมันเกิดผลแน่
คนญี่ปุ่นเขาอาจจะดูเหมือนจะไม่ใช่เมืองพุทธ แต่ว่าการให้พรเขามันสะท้อนถึงหลักธรรมทางพุทธศาสนาเลย คือ เพียรพยายาม พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งความเพียร วิริยวาท ก็คือคำสอนเรื่องความเพียร เป็นชื่อหนึ่งของพุทธศาสนา
ฉะนั้นความเพียรนี่ก็เป็นพรอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้เราบรรลุถึงสิ่งที่ปรารถนาได้ แล้วก็เป็นพรที่วิเศษกว่าพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในชาดกมีเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับฤๅษีท่านหนึ่งชื่อว่า อกิตติ อกิตติบำเพ็ญตบะ บำเพ็ญความเพียรอย่างอุกฤษฏ์จนกระทั่งท้าวสักกะคือพระอินทร์เกิดศรัทธา
และวันหนึ่งก็มาปรากฏตัวเพื่อที่จะถวายพร 4 ประการให้กับอกิตติฤๅษี บอกอกิตติว่าปรารถนาสิ่งใดขอให้บอกเลย ข้าพเจ้าจะทำให้สัมฤทธิ์
ที่จริงเป็นมงคล 38 ข้อแรกเลยก็คือ อเสวนา จะ พาลานัง การไม่คบคนพาล ทีแรกอกิตติก็จะขออย่างนี้ แต่แล้วท่านก็นึกขึ้นมาได้ว่า อย่าดีกว่า แล้วก็เลยพูดกับท้าวสักกะว่า ถ้าท่านจะให้พรแก่ข้าพเจ้า ขอท่านอย่าได้มาพบปะ มาหาอาตมาอีกเลย อย่าได้มาพบปะข้าพเจ้าอีกเลย เพราะอะไร
เพราะว่าถ้าท่านมาพบ ข้าพเจ้าก็จะเกิดความประมาทในการทำความเพียร ก็คือหวังพึ่ง หวังพึ่งพรของท้าวสักกะก็ทำให้คลายความเพียร สุดท้ายอกิตติฤๅษีก็ขอพรข้อเดียวคือ ขอท้าวสักกะอย่าได้มาพบท่านอีกเลย เพื่อท่านจะได้พึ่งความเพียรของตัวเองอย่างเต็มที่ อันนี้ก็เป็นแง่คิดที่ดี
ปีใหม่ใคร ๆ ก็อยากจะได้พรปีใหม่ แต่พรที่ประเสริฐไม่ใช่พรที่ได้จากเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระอรหันต์ แต่คือคุณธรรมที่เราบำเพ็ญด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่ความไม่ประมาท ความเพียร รวมทั้งการรักษาศีล หรือว่าการบำเพ็ญภาวนา ทั้งหมดนี้เป็นพรที่ประเสริฐมาก.