PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
  • เหตุผลก็เชื่อหมดไม่ได้
เหตุผลก็เชื่อหมดไม่ได้ รูปภาพ 1
  • Title
    เหตุผลก็เชื่อหมดไม่ได้
  • เสียง
  • 14940 เหตุผลก็เชื่อหมดไม่ได้ /aj-visalo/2026-01-07-03-49-03.html
    Click to subscribe
  • {ampz:shareampz}

ผู้ให้ธรรม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันพุธ, 07 มกราคม 2569
ชุด
ธรรมะสั้นๆ ก่อนอาหารเช้า 2568
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 23 ธันวาคม 2568 วัดป่าสุคะโต
    อ้วนกับกุ้งเป็นเพื่อนกัน วันหนึ่งเขาทั้งสองชวนกันไปซื้อของที่ตลาดแถววงเวียนใหญ่ ก็ต้องขึ้นสะพานข้ามถนน ตอนนั้นเช้าตรู่ ยังไม่ 7 โมงดี ตอนที่ขึ้นไปบนสะพาน อ้วนมองเห็นแบงก์พัน 2 ใบอยู่ห่างออกไปราว 5 -10 เมตรได้ ก็บอกกุ้งว่า นั่นแบงก์ปลอม ถ้าเป็นแบงก์จริงป่านนี้คนก็หยิบไปแล้ว
    แต่ว่ากุ้งไม่เชื่อ กุ้งเดินไปถึงแบงก์นั้นแล้วก็หยิบขึ้นมา 2 ใบ ปรากฏว่าเป็นแบงก์จริง แบงก์พันทั้ง 2 ใบ หาเจ้าของไม่เจอ ก็เลยเก็บเอาไว้ แต่ว่าเนื่องจากอ้วนเป็นคนที่ชี้เบาะแส ก็เลยแบ่งให้อ้วนไป 1 ใบ
    อ้วนเจอโชคแล้วแต่ว่าเหตุผลที่อ้วนอ้างทำให้อ้วนคลาดแคล้วจากโชค แทนที่จะได้ 2,000 บาท ก็ได้ 1,000 บาท ที่จริงเหตุผลของอ้วนก็น่าฟัง ถ้าเป็นแบงก์จริงคนก็หยิบไปแล้ว แปลว่าที่คนไม่หยิบเพราะเป็นแบงก์ปลอม แต่เหตุผลยังไม่พอ ยังไม่ถูกทีเดียว เพราะว่าคนอาจจะไม่หยิบเพราะไม่เห็นก็ได้
    เหตุผลของอ้วนดูน่าฟัง แต่ก็ยังพลาดอยู่เพราะว่ามีเหตุผลมากมายที่คนไม่หยิบแบงก์นั้น ไม่ใช่เพราะว่าเป็นแบงก์ปลอม อาจจะเป็นแบงก์จริงก็ได้แต่ที่คนไม่หยิบเพราะมองไม่เห็น
    เหตุผลเป็นสิ่งที่ดี เดี๋ยวนี้เราถูกสอนว่าคนเราต้องมีเหตุผล แต่ว่าเหตุผลก็มีข้อจำกัด ถ้าเราเชื่อเหตุผลมากเกินไปก็อาจจะชวดก็ได้ อย่างอ้วนเชื่อในเหตุผลที่ว่าคนไม่หยิบเพราะว่าเป็นแบงก์ปลอม อันนี้เป็นตรรกะ แต่ตรรกะนี้ก็มีข้อผิดพลาดได้เพราะว่าที่คนไม่หยุดเพราะมองไม่เห็นก็ได้
    พระพุทธเจ้าจึงตรัสในกาลามสูตร เป็นคำสอนที่เรียกว่ายุคสมัยนี้ก็ยังสำคัญอยู่ มี 10 ข้อ ข้อหนึ่งบอกว่า อย่าเชื่อเพียงเพราะการคิดตามแนวเหตุผล แม้จะคิดตามแนวเหตุผลแล้วก็อาจจะยังผิดได้ อย่าเชื่อบทสรุป พระพุทธเจ้ายังตรัสว่า อย่าเชื่อเพียงเพราะเป็นตรรกะ อย่าเชื่อเพียงเพราะการอนุมาน
    คนสมัยนี้ถูกสอนให้คิดอย่างมีเหตุผล แล้วคิดว่าเหตุผลดีเสมอไป ที่จริงไม่ใช่ เหตุผลอาจจะมีข้อจำกัดก็ได้ เพราะฉะนั้นอย่าเชื่อเหตุผลมากเกินไป อย่างน้อยต้องรู้ว่ามีข้อจำกัด และบางครั้งเหตุผลก็เอามาใช้เพื่อสนองอัตตา
    มีผู้ชายคนหนึ่งขึ้นรถไฟ พนักงานตรวจตั๋วก็มาตรวจตั๋วของชายคนนั้น แล้วบอกว่า “ตั๋วของคุณไปเชียงใหม่ แต่รถขบวนนี้ไปหาดใหญ่ครับ” ชายคนนั้นพูดขึ้นมาเลยว่า “คนขับรถขบวนนี้ทำผิดพลาดแบบนี้บ่อยหรือ”
    ที่จริงแทนที่แกจะยอมรับว่าตัวเองขึ้นรถไฟผิดขบวน ต้องการไปเชียงใหม่แต่ว่าไปขึ้นรถขบวนหาดใหญ่ แต่แทนที่จะยอมรับว่า ฉันขึ้นรถผิดขบวน กลับไปอ้างว่าคนขับรถไฟขบวนนี้ทำผิด แทนที่จะขับไปเชียงใหม่ดันขับไปหาดใหญ่
    บางทีคนเราก็เอาเหตุผลมาเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ยอมรับผิด เพราะว่าอัตตาไม่สามารถจะยอมรับได้ว่าตัวเองผิด ต้องโทษคนอื่น อย่างที่เคยเล่าเมื่อ 2-3 วันก่อน เรื่องของคนตาบอดถือโคม นิทานเรื่องนั้นสอนว่า เวลาเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาอย่าเพิ่งโทษคนอื่น ให้กลับมามองตัวเอง
    แต่ชายคนนี้ทำตรงข้าม แทนที่จะโทษตัวเองว่าขึ้นรถผิดขบวน กลับไปโทษพนักงานขับรถว่าทำผิด ไม่ได้ไปเชียงใหม่แต่ดันไปหาดใหญ่ ที่จริงเขาทำถูกแล้ว แต่ชายคนนั้นขึ้นรถผิดขบวน แต่ไม่ยอมรับเพราะเอาเหตุผลมาอ้าง เหตุผลก็คือว่า สงสัยหรือแน่นอนเลยพนักงานขับรถทำงานผิดพลาดอีกแล้วหรือ
    เหตุผลบางครั้งก็เป็นข้ออ้างของกิเลส กิเลสมีข้ออ้างเยอะ คนเราจบปริญญาเอกกิเลสก็จบปริญญาเอกด้วย แล้วสามารถจะเอาเหตุผลมาอ้างว่า ทำไมต้องมีเหตุผลต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ทั้ง ๆ ที่ก็มีโทรศัพท์อยู่แล้ว อ้างว่าเพื่อมาใช้งานให้ทันสมัย ให้รวดเร็ว แต่ที่จริงเป็นเหตุผลของกิเลส
    บางคนทุจริต อ้างเป็นเพราะว่าฉันทำงานหนักแต่ได้เงินเดือนน้อย ก็เลยทุจริตบริษัทนี้ หรือว่าบางทีทุจริตในห้องสอบ มีเหตุผลว่าฉันตั้งใจเรียนแล้วแต่ว่าอาจารย์สอนไม่ได้เรื่อง ไม่ได้สอนเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นฉันก็เลยต้องทุจริต โกงข้อสอบ อ้างความผิดของอาจารย์ ก็เลยเป็นเหตุผลให้ตัวเองทำการโกงข้อสอบ
    แต่บางทีเหตุผลเราก็เลือกใช้ เอาเหตุผลที่ถูกใจเรามาใช้ เหตุผลใดที่ไม่ถูกใจ เราก็ไม่สนใจ มีเรื่องหนึ่ง เช้าวันจันทร์แม่ไปปลุกลูกให้ตื่น “ตื่นเร็ว ๆ ต้องไปโรงเรียนแล้ว” ลูกก็งัวเงียบอก “ผมไม่อยากไปโรงเรียน” แม่ก็บอกว่า “อันนั้นไม่ใช่เหตุผล ไหนลูกให้เหตุผลกับแม่มา 2 ข้อสิว่า ทำไมลูกจึงไม่ควรไปโรงเรียน”
    ลูกก็ตอบว่า “ข้อ 1 นักเรียนทั้งโรงเรียนเกลียดผม ข้อ 2 ครูทุกคนเกลียดผม” แม่ได้ยินแล้วก็บอกว่า “นั่นไม่ใช่เหตุผล” ลูกก็เลยบอกว่า “อย่างนั้นแม่บอกเหตุผลให้ผมมา 2 ข้อว่า ทำไมผมควรไปโรงเรียน” แม่บอกว่า “ข้อ 1 ลูกอายุ 52 ปีแล้ว ข้อ 2 ลูกเป็นครูใหญ่โรงเรียนนี้”
    ครูใหญ่ไม่อยากตื่นไปโรงเรียน ให้เหตุผลว่าเพราะนักเรียนและครูเกลียด นั่นก็เป็นเหตุผล แต่ว่าเขาลืมไป มีเหตุผลที่สำคัญกว่าก็คือ เขาเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้
    คนเราบางทีก็เลือกใช้เหตุผล เอาเหตุผลที่ถูกใจกิเลส หรือว่าเป็นเหตุผลที่ปรนเปรอตัวเองเอามาใช้ เหตุผลที่ไม่ถูกใจตัวเองก็ไม่เอามาใช้ เช่น เวลาเราควรจะไปโรงเรียน อ้างว่าไม่สบาย อ้างว่าเป็นไข้ แต่พอจะไปเที่ยว สิ่งที่อ้างอันนั้นก็ไม่เอามาใช้เป็นเหตุผลแล้ว ไม่ใช่ข้ออ้างเลย ถึงไม่สบายก็ไป อยากจะไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรงเท่าไหร่
    บางทีเราเอาเหตุผลบางอย่างมาเป็นข้ออ้าง เหตุผลที่สำคัญกว่า ไม่สนใจ เพราะฉะนั้นคนเราถ้าหากว่าเชื่อเหตุผลไปทุกอย่างอาจจะเสียผู้เสียคนก็ได้ เพราะว่าเป็นเหตุผลกิเลส แล้วเราก็เลือกฟังเหตุผลของกิเลส แต่เหตุผลของคุณธรรมความดีเราไม่สนใจ หรือสิ่งที่เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบ เราไม่สนใจ
    ฉะนั้นยุคนี้เขาสอนให้เรามีเหตุผลก็ดี แต่ว่าต้องรู้ว่าข้อจำกัดของเหตุผลว่าคืออะไร แล้วก็ต้องรู้จักเลือกใช้เลือกพิจารณาด้วยว่าเหตุผลใดที่ถูกใจเราแต่ไม่ถูกต้อง เหตุผลบางอย่างถูกต้องแต่ไม่ถูกใจก็ต้องมาให้ความสำคัญกับเหตุผลนั้นด้วย ไม่อย่างนั้นเราก็มีเหตุผลต่างๆมากมาย ทำไมเราต้องตื่นสาย ทำไมเราไม่ควรไปโรงเรียน ทำไมเราควรจะเล่นเกมออนไลน์ มีเหตุผลมากมาย แต่ว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้องก็ได้ แค่เป็นเหตุผลที่ถูกใจเราเท่านั้น.

logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service