PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
  • ยากไร้แต่รวยน้ำใจ
ยากไร้แต่รวยน้ำใจ รูปภาพ 1
  • Title
    ยากไร้แต่รวยน้ำใจ
  • เสียง
  • 14938 ยากไร้แต่รวยน้ำใจ /aj-visalo/2026-01-07-03-45-46.html
    Click to subscribe
  • {ampz:shareampz}

ผู้ให้ธรรม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันพุธ, 07 มกราคม 2569
ชุด
ธรรมะสั้นๆ ก่อนอาหารเช้า 2568
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  • พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 21 ธันวาคม 2568 วัดป่าสุคะโต
    ที่อเมริกามีผู้ชายคนหนึ่งทำร้านอาหารตั้งอยู่ริมทางด่วนที่น่าจะเรียกว่าซุปเปอร์ไฮเวย์มากกว่า เป็นทางถนนที่เชื่อมระหว่างรัฐต่าง ๆ เขาทำร้านอาหารนี้มา 30 ปีแล้ว และมีความภูมิใจในอาชีพของตัว แม้จะไม่ร่ำรวย
    เขาภูมิใจที่ทำอาหารได้อย่างมีมาตรฐาน ราคาไม่แพง ไม่เอาเปรียบลูกค้า ร้านก็สะอาดสะอ้าน เขาปฏิบัติตามกฎทุกอย่าง แล้วก็เคร่งครัดมาก ใครที่ไม่ใส่เสื้อไม่ใส่รองเท้าเข้ามาในร้านนี้ก็ไม่ให้เข้า หรือเอาสุนัขเข้ามาก็ห้ามเพราะว่าติดป้ายเอาไว้ แม้จะไม่รวยมากแต่ก็ภูมิใจในอาชีพของตัว
    มีอยู่วันหนึ่งเกิดพายุหิมะกระหน่ำ อุณหภูมิก็ลดลงฮวบฮาบ ต่ำกว่า 10 องศา ลมพัดแรงดังตึง ๆ เย็นวันนั้นก็เลยไม่ค่อยมีลูกค้า แต่จู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง เป็นชายหนุ่มอายุไม่ถึง 20 แต่งตัวโทรม ๆ ใส่เสื้อโค้ททหารแบบมือสองแล้วก็มีรอยเย็บรอยปะ เข้ามาในร้าน แถมจูงหมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์มาด้วย เป็นหมาแก่ ๆ เดินขากะเผลก ๆ
    พอชายหนุ่มคนนี้เจอเจ้าของร้านก็บอก “ขอโทษด้วยครับ ผมทราบว่าร้านใกล้จะปิดแล้วแต่ขอซุปร้อน ๆ สักถ้วยได้ไหมครับ แล้วผมจะเอากลับไปกินที่บ้าน” ชายเจ้าของร้านก็มอง กราดตาดูสารรูปของชายคนหนุ่มคนนี้แล้วก็พูดขึ้นว่า “เธอไม่ได้ดูป้ายหรือไอ้หนู ร้านนี้ห้ามสุนัขเข้า ถ้าจะต้องการบริการจากร้านนี้ก็ต้องเอาสุนัขตัวนี้ออกไปจากร้านก่อน”
    ชายหนุ่มก็หันไปมองหมาที่ตัวเองพามา แล้วก็มองไปที่เจ้าของร้าน บอกว่า “หมาตัวนี้มันแก่แล้วนะครับ ข้างนอกก็หนาวติดลบ ขออยู่ในร้านไม่ได้หรือครับ” เจ้าของร้านบอก “ไม่ได้ กฎก็ต้องเป็นกฎ ขืนปล่อยให้หมาตัวนี้เข้ามาในร้านต่อไปคนอื่นก็เอาหมาเข้ามาในร้านได้ เธอต้องเอาหมาออกไปก่อน ฉันถึงจะให้บริการเธอ”
    ชายหนุ่มคนนั้นก็ค่อย ๆ จูงหมาออกไปนอกร้าน ข้างนอกพายุหิมะกระหน่ำมาก แล้วก็ผูกหมาตัวนั้น เอาสายจูงผูกไว้ตรงเก้าอี้ยาวนอกร้าน นอกร้านมันมีเก้าอี้ยาว ๆ อยู่ตัวหนึ่ง ผูกเสร็จก็กลับเข้ามาในร้านบอกว่า “ขอซุปข้าวโพดร้อน ๆ ครับ แล้วก็ขอน้ำเปล่าแก้วหนึ่ง” แล้วก็ควักเงินออกมาจากกระเป๋า เป็นเศษเหรียญทั้งนั้นเลย 25 เซ็นต์ 10 เซ็นต์ กว่าจะได้เป็นเหรียญก็หลายเหรียญ แล้วก็ยื่นให้เจ้าของร้าน
    เจ้าของร้านก็จัดการ แกเป็นเชฟเองด้วย แกก็ทำซุปให้ แล้วก็น้ำเปล่าอีก 1 แก้ว แต่แทนที่ชายคนนั้นจะกินซุปในร้าน แกกลัเดินออกไปนอกร้านไปที่หมาตัวนั้น นั่งบนเก้าอี้ยาว แล้วก็ถอดเสื้อโค้ททหารห่มคลุมหมาตัวนั้นเอาไว้ เพราะหมากำลังสั่นเลย พอถอดเสื้อก็เห็นสารรูปของหนุ่มคนนี้ ผอมเลย
    เท่านั้นไม่พอ ซุปร้อน ๆ ที่แกซื้อมา แกไม่ได้กินเอง แกเอาช้อนพลาสติกจากร้านตักซุปแล้วก็ยื่นให้หมาตัวนั้น ป้อนหมาตัวนั้น ก่อนจะป้อนก็เป่าให้มันหายร้อนก่อน เป่าความร้อนเพื่อให้ซุปเย็นลง แล้วก็ป้อนซุปนั้นให้หมาตัวนั้น หมาตัวนั้นดีใจมากเลย กระดิกหาง หนุ่มคนนั้นผอม แล้วคงจะหิว แต่ไม่กินซุปแม้แต่ช้อนเดียว ป้อนให้หมาตัวนั้นจนหมดเลย
    ชายเจ้าของร้านมองออกไป ผ่านกระจกหน้าร้านได้เห็น รู้สึกซาบซึ้งมากเลย ทนไม่ได้ เพราะนึกถึงคำพูดของพ่อว่า คนเราอย่าดูคนตรงที่รูปร่างหน้าตา หรืออย่าดูว่าเขามีอะไร แต่ให้ดูว่าตอนที่เขาไม่มีอะไร เขาได้เสียสละอะไรบ้าง นึกถึงคำของพ่อได้ก็เลยออกไปที่ข้างนอก แล้วก็เรียกชายคนนั้นกับหมาเข้ามา
    ชายคนนั้นทีแรกก็นึกว่าเจ้าของร้านจะไล่ พอเห็นเจ้าของร้านแกก็พูดขึ้นมาว่า “ผมขอนั่งอยู่ที่นี่สักพัก เดี๋ยวผมก็จะไปแล้ว” เจ้าของร้านบอกเข้ามา ๆ เด็กคนนั้นก็บอกว่า “ร้านนี้มีกฎห้ามเอาหมาเข้ามาไม่ใช่หรือครับ” เจ้าของร้านบอกว่า “ตอนนี้ปิดร้านแล้ว ตอนนี้กฎงดใช้แล้ว เข้ามาเลยทั้งคนทั้งหมา”
    พอชายหนุ่มกับหมานั้นเข้ามา แกก็หาอาหารมาให้เลย ให้ทั้งคนทั้งหมา หมาก็ได้กินตับบด แล้วก็ให้มานั่งอยู่ตรงหน้าเครื่องทำความร้อน เป็นอันว่าคืนนั้น 1 คนกับ 1 ตัวได้พักที่หลังร้าน ไม่ต้องไปนอนกลางพายุ แล้ววันรุ่งขึ้นชายเจ้าของร้านก็ออกปากชวนเด็กหนุ่มคนนั้นให้มาช่วยทำงานล้างจาน ส่วนหมานี่เจ้าของร้านก็รับเลี้ยงเอาไว้ชั่วคราว ให้อาหารมัน
    เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ให้บทเรียนกับเจ้าของร้านมาก เจ้าของร้านนี่แกคิดว่าตัวเองมีศักดิ์ศรี ภูมิใจในวิชาชีพของตัว แต่เจอหนุ่มคนนี้แล้วรู้สึกว่าหนุ่มคนนี้มีศักดิ์ศรีมากกว่าแก เพราะว่าขนาดยากจนไม่มีอะไรกินก็ยังมีน้ำใจให้กับหมา ซึ่งเป็นหมาแก่ ๆ ตัวเองไม่มีกินไม่เป็นไร ขอให้หมาได้กิน ได้หายหนาว
    อันนี้ก็เรียกว่าน้ำใจหรือคุณธรรมของชายหนุ่มคนนั้น ที่มีแม้กระทั่งกับหมา แล้วเป็นหมาแก่ ๆ ด้วย มันชนะใจเจ้าของร้าน จนกระทั่งรู้ว่าตัวเองจะแข็งใจต่อไปก็ไม่ได้แล้วเพราะว่าสิ่งที่เห็นข้างหน้านี่ทำให้ตัวเองเกิดความประทับใจ
    ชายหนุ่มคนนั้นก็น่าสนใจ แกเล่าให้เจ้าของร้านฟังว่า หมาตัวนี้ชื่อรัสตี้ เป็นหมาของปู่ เมื่อปู่ตายบ้านก็ถูกขาย เขากับหมาตัวนี้ก็เลยไม่มีบ้านอยู่ ชายหนุ่มค
    นนี้คงอยู่กับหมาตัวนี้มาตั้งแต่เล็กแล้ว พอเขาโตขึ้นมา หมาแก่ เขาก็ทิ้งไม่ลง คนธรรมดาก็อาจจะเอาหมาตัวนี้ไปให้ศูนย์พักพิงเพราะตัวเองแทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับทิ้งหมาไม่ลง ไปไหนก็เอาหมาไปด้วยแม้ว่าจะไม่มีกินเพราะเป็นคนไร้บ้านแล้ว แต่ก็ยอมที่จะเลี้ยงดู
    อันนี้เรียกว่าเป็นคนที่มีคุณธรรม หมาที่ตัวเองรู้จักตั้งแต่เล็ก รู้สึกผูกพัน แล้วก็พร้อมที่จะเสียสละ การที่คนเราเสียสละมีคุณธรรมกับคนด้วยกันนี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หายากแล้ว ยิ่งเสียสละมีคุณธรรมกับหมาแก่ ๆ อันนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง เพราะหมาไม่ได้ให้อะไรกับเขาเลย อย่างมากก็ให้ความเป็นเพื่อน แต่ว่าเขาไม่สามารถจะทิ้งมันได้
    เดี๋ยวนี้คนจำนวนไม่น้อยเลี้ยงหมาตัวเล็ก ๆ น่ารัก พอหมาโต หมาก็ไม่ค่อยน่ารักเหมือนก่อนก็ไม่อยากเลี้ยงแล้ว เอามาปล่อย ปล่อยที่วัดบ้าง หรือไม่ก็เอาไปทิ้งตามถนน กลายเป็นหมาจรจัด เพียงเพราะว่ามันไม่น่ารักเหมือนเมื่อตอนที่มันยังเด็ก เดี๋ยวนี้มีเยอะ
    อันนี้เรียกว่าขาดคุณธรรม เพราะว่าเลี้ยงหมาเพื่อปรนเปรอตัวเอง แต่ว่าไม่ได้คิดถึงหน้าที่หรือคุณธรรมที่พึงมี อย่าว่าแต่คนเลยกับเดรัจฉานเราก็ต้องมี เดี๋ยวนี้จะเห็นเยอะ ปล่อยหมาตามถนนทั้งที่หมาก็ยังแข็งแรงแต่ว่ามันไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน แต่ว่าเจ้าของรู้สึกเป็นภาระ
    แต่หนุ่มคนนี้อยู่กับหมามาตั้งแต่เล็กจนโต รู้สึกผูกพัน ทิ้งไม่ลง แม้มันจะแก่ จะเดินกะเผลก ๆ ก็รู้สึกว่าต้องเอาใจใส่ ทิ้งมันไม่ได้ ที่จริงอย่าว่าแต่หมาเลย แม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้ เราก็ต้องสำนึกในบุญคุณของเสื้อผ้า รองเท้า โทรศัพท์ หรือแม้แต่รถยนต์ บางคนใช้ พอตกรุ่นก็ทิ้งแล้ว ไม่มีความรู้สึกที่จะดูแลเอาใจใส่มันเลย
    คุณธรรมที่เรามีไม่ใช่เฉพาะกับคนอย่างเดียวหรือแม้กระทั่งกับสัตว์ แม้กระทั่งข้าวของเครื่องใช้ มันเก่ามันแก่เราก็ต้องดูแล เสียก็ซ่อม ไม่ใช่พอเห็นว่าไม่ทันสมัยก็ทิ้ง อันนี้เรียกว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีความรู้สึก ไม่มีน้ำใจต่อข้าวของเครื่องใช้ซึ่งเขาอุตส่าห์ดูแลรับใช้เรามา ถ้าเราดูแลพวกข้าวของเครื่องใช้ มันก็ดีกับเราด้วย แล้วก็ดีกับโลกด้วย ไม่เป็นขยะ ไม่เป็นภาระให้กับโลก.

logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service