พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 9 มกราคม 2568
เมื่อเช้าบิณฑบาตเข้าไปในหมู่บ้าน บรรยากาศมันไม่เหมือนเดิม เปลี่ยนแปลงไปเพราะว่ามืดสนิท ก็ไม่ถึงกับมืดสนิทนักแต่มืดไปตลอดทาง เพราะว่าไฟฟ้าดับ ดับทั้งหมู่บ้านทั้งตำบลเลย เข้าไปในหมู่บ้านก็ไม่มีไฟเปิดสักดวงเลย ดูแปลกตาดี
ดูแล้วก็ไม่ต่างจากเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว สมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าเข้ามาในหมู่บ้าน แต่ไฟดับอย่างนี้หลายคนในหมู่บ้านก็คงจะรู้สึกลำบากเพราะว่าเคยมีไฟฟ้าใช้มาตลอด แต่เช้านี้จะต้มน้ำ ต้มน้ำร้อนกินกาแฟก็ทำไม่ได้ จะหุงข้าวด้วยหม้อไฟฟ้าก็ทำไม่ได้
เปิดโทรทัศน์ก็เปิดไม่ได้ จะชาร์จโทรศัพท์มือถือก็ทำไม่ได้ เผลอ ๆ ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ มีใช้แต่ว่าแบตหมด คนที่มีตู้เย็นขายของหรือว่าตู้เย็นตามบ้านเรือนตอนนี้ก็เป็นหมันแล้ว ตู้เย็นก็ใช้ไม่ได้เพราะว่าไม่มีไฟฟ้า
หลายคนรู้สึกว่าติดขัดไปหมด ที่จริงการที่มีไฟฟ้าใช้จะว่าไปแล้วมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เดี๋ยวนี้เราไปเข้าใจว่าการมีไฟฟ้าใช้นี่เป็นเรื่องธรรมดา เป็นของตาย เป็นของแน่นอน
ที่จริงแล้วในการที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นเรื่องธรรมดามากกว่า เพราะว่าแต่ไหนแต่ไรมาเราก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ที่มีไฟฟ้าใช้ก็เพราะว่ามีการต่อสายไฟ ต่อไฟฟ้าเข้ามาในหมู่บ้าน มีการปักเสาไฟฟ้า มีการต่อสาย ต้องทำอะไรหลายอย่างกว่าเราจะมีไฟฟ้าใช้อย่างทุกวันนี้
พอมีไฟฟ้าใช้ไปนาน ๆ เราก็คิดว่ามันเป็นของตาย เป็นของแน่นอน เป็นของธรรมดา แต่เราลืมไปว่าการมีไฟฟ้าใช้นี่เป็นของไม่ธรรมดา ไม่ใช่ของตาย การที่เราไม่มีไฟฟ้าต่างหากที่เป็นของธรรมดา
แต่เราไม่ค่อยได้เห็นว่าการที่เรามีไฟฟ้าใช้นี้เป็นโชคดี เราก็เลยใช้กันอย่างเรียกว่าไม่ได้เห็นคุณค่าของมันเท่าไหร่ จนวันดีคืนดีไม่มีไฟฟ้าใช้เพราะไฟดับถึงจะรู้ว่าการมีไฟฟ้าใช้มันทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นเยอะ
ที่จริงในชีวิตของเรามีหลายอย่างที่เราคิดว่าเป็นของตาย เป็นของแน่นอน ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่ของตาย หลายอย่างเราคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาแต่ที่จริงแล้วเป็นของไม่ธรรมดา
เอาง่าย ๆ เช่น การที่เรามีลมหายใจ หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นของตาย เพราะว่าตั้งแต่เกิดมาก็หายใจแล้ว แล้วก็ไม่เคยหยุดหายใจเลย จนเราคิดว่าเราจะมีลมหายใจไปชั่วฟ้าดินสลาย
แต่เราอาจจะลืมไปว่าการที่เรามีลมหายใจนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เพียงเพราะต้องมีอากาศบริสุทธิ์ที่หายใจได้เท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะว่า ร่างกายเราอวัยวะทุกส่วนทำงานได้ตามปกติ สมอง ปอด หรือว่าแม้กระทั่งตับ ไต พวกนี้ล้วนมีส่วนทำให้เราหายใจได้อย่างเป็นปกติอย่างทุกวันนี้
ยิ่งถ้าลงลึกไปถึงระดับเซลล์ ระดับเม็ดเลือด ถ้าเม็ดเลือดในร่างกายเรามันผิดปกติ มันไม่สามารถเอาออกซิเจนจากปอดของเราไปเลี้ยงตามเซลล์ต่าง ๆ ได้นี่เราก็แย่เลย หรือว่าเม็ดเลือดดีแต่ว่าหลอดเลือดหรือเส้นเลือดที่มันเกิดอุดตันขึ้นมา ก็แย่
ฉะนั้นการที่เรามีลมหายใจได้อย่างปกติทุกวันนี้ต้องอาศัยเหตุปัจจัยต่าง ๆ ไม่ใช่นับร้อย นับพันอย่างเลย ซึ่งการที่มันทำงานประสานสอดคล้องกันด้วยดีจนเราหายใจได้อย่างปกติ ถือว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก
ถ้ามีส่วนประกอบองค์ประกอบอันใดอันหนึ่งเกิดผิดพลาดขึ้นมาหรือว่าอาจจะทำงานได้ไม่เหมือนเดิม เราแย่ แล้วก็วันนั้นก็ย่อมจะมาถึงในที่สุด เพราะสุดท้ายเราก็ต้องหยุดหายใจ
ฉะนั้นการที่เราหายใจได้ปกติเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เรื่องอัศจรรย์ การที่เราหยุดหายใจต่างหากที่เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งย่อมเกิดขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เมื่อเราดูไปรอบ ๆ การที่เรามีอาหารกิน มีเสื้อผ้าสวมใส่ แล้วก็มีคนรักอยู่ใกล้ตัว ได้รับความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลจากคนมากมายมันไม่ใช่เรื่องธรรมดา หลายคนก็เข้าใจเป็นเรื่องที่ธรรมดา เป็นของตาย ใครทำดีกับเราก็เป็นของตาย จนกระทั่งพอเขาเกิดไม่ได้ทำดีกับเราเหมือนเคย หรือเขาไม่ได้อยู่ที่จะเอื้อเฟื้อเรา เราถึงค่อยมารู้สึกว่า การที่เราได้มีอะไรดี ๆ มันเป็นโชค มันเป็นความอัศจรรย์
ถ้าเรามองว่าสิ่งดี ๆ ที่เรามีในวันนี้ที่ช่วยทำให้เรามีชีวิตเป็นปกติอยู่ได้ นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา เราจะรู้สึกขอบคุณที่เรายังมีสิ่งต่าง ๆ ที่ทำงานได้ปกติ หรือมีสิ่งดี ๆ ที่มอบให้กับชีวิตของเรา วันแต่ละวันนี่มันจะไม่ใช่เป็นวันธรรมดาแล้วเพราะว่ามันประกอบไปด้วยสิ่งที่ไม่ธรรมดามากมาย
เวลาเรานั่งรถ ถนนราบเรียบนี่มันไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่พอถนนบางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อหรือว่าไม่ราบเรียบ นั่งรถแล้วมันสะเทือน เราก็ไม่พอใจ เราก็บ่น ทั้ง ๆ ที่ช่วงที่มันสะเทือนเป็นหลุมเป็นบ่อมีไม่มาก แต่เรากลับสังเกตหรือรับรู้ได้อย่างฉับไว
ในขณะที่เกือบตลอดเส้นทางเราเดิน ทางกันอย่างสบาย เราไม่รู้สึกอะไรเลย แต่พอมันมีหลุมบ่อขึ้นมาเราก็บ่น เราก็ไม่พอใจ ที่จริงถ้าเรามองว่าการที่เราเดินทางบนถนนที่ราบเรียบมันเป็นเรื่องไม่ธรรมดา การที่ถนนไม่ราบเรียบเป็นหลุมเป็นบ่อ หรือมีช่วงที่มันไม่สม่ำเสมอ นั่นคือความธรรมดา
ถ้าเรามองเห็นแบบนี้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เราก็หยุดบ่น แล้วเวลาเรานั่งรถแล้วราบเรียบมันไม่สะเทือน ตระหนักว่ามันเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเราก็จะขอบคุณ ดีจังเลย ถนนเส้นนี้เกือบตลอดทางมันราบเรียบ แทนที่จะมองข้ามก็กลับรู้สึกขอบคุณ แล้วรู้สึกโชคดี เพราะว่าเราได้เจอกับสิ่งที่ไม่ธรรมดา
เวลาเจอถนนที่เรานั่งรถแล้วมันกระเทือน เราก็ไม่บ่นแล้ว เพราะว่าเรามองว่ามันเป็นธรรมดา ถ้าเรามองแบบนี้เราจะเห็นว่า วันแต่ละวัน 24 ชั่วโมง มันมีแต่เรื่องที่ไม่ธรรมดาเยอะไปหมดเลย มีเรื่องธรรมดานี่ไม่มาก
เรื่องธรรมดาก็เช่นว่า รถติด หรือว่าการทำงานมีอุปสรรค ถ้าเรามองปัญหาพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดา พอมันเกิดขึ้นเราก็ไม่บ่นแล้ว
และช่วงเวลาไหนที่ไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้น ไม่มีสิ่งสะดุดเหล่านี้เกิดขึ้น เราจะรู้สึกว่าพวกมันเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เป็นเรื่องที่เราขอบคุณ ผลก็คือเราจะมองว่าแต่ละวัน ๆ มันเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ธรรมดา มันจะไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป เป็นเรื่องที่เราต้องรู้สึกขอบคุณ
แล้วก็รู้สึกว่าทุกวันนี้นี่มันมีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นกับเราอยู่เสมอ มีอากาศหายใจก็เป็นเรื่องไม่ธรรมดา มีคนทำดีกับเราแม้จะเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่เป็นน้อง เป็นลูกเป็นหลาน ก็ไม่ธรรมดา เราจะไม่ใช่มองว่าเป็นของตาย หรือว่าไม่รู้สึก หรือเมิน หรือมองข้ามมันอีกต่อไป
หรือเวลามีไฟฟ้าใช้ เราก็จะรู้สึกว่าดีจังเลยมีไฟฟ้าใช้ เพราะว่าวันไหนไม่มีฟ้าใช้นี่เราแย่แน่ ๆ หายใจได้ปกติก็ดี ขอบคุณลมหายใจ เพราะว่าวันไหนที่เราหายใจได้ไม่สะดวกนี่แย่แล้ว เวลาเราถ่าย ถ่ายได้ตามปกติก็ต้องขอบคุณ เพราะวันไหนที่เรามีปัญหาการขับถ่ายนี่เราแย่แล้ว
เรามองแบบนี้เราก็จะรู้สึกว่าทุกวัน นี่เป็นวันดีของเรา ไม่ใช่เป็นวันที่น่าเบื่อเลย เพราะมันมีแต่สิ่งที่ไม่ธรรมดา มีแต่สิ่งที่เป็นเรื่องอัศจรรย์ปรากฏกับเราอยู่ทุกวัน คิดแบบนี้ได้ชีวิตแต่ละวันก็จะเป็นชีวิตที่ชวนให้เกิดความรู้สึกขอบคุณ แล้วก็มีความสุขได้ง่าย.