พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 22 มกราคม 2568
บิลเกตส์ ชื่อนี้หลายคนคงรู้จัก เพราะว่าเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลก เมื่อสัก 30 ปีที่แล้วเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยอันดับ 1 ของโลกเลยทีเดียว เพราะตอนนั้นเป็นผู้บริหารไมโครซอฟท์ แต่หลังจากที่วางมือจากธุรกิจมาทำงานด้านสาธารณประโยชน์ ก็ยังร่ำรวยมหาศาลอยู่นั่นเอง
แต่ว่าตลอดเวลาที่เขาทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานธุรกิจ หรือว่างานการกุศล กิจวัตรอย่างหนึ่งที่เขาทำเป็นประจำคือ ล้างจาน ทุกคืนเขาจะล้างจาน
จริง ๆ เขามีเงินมากพอที่จะจ้างคนมาล้างจานแทนเขา แต่เขาอยากจะล้างจานเอง ทั้ง ๆ ที่เขามีงานเยอะ คนที่เป็นนักธุรกิจ เป็นเศรษฐี และเป็นคนที่มีชื่อเสียงระดับนี้ ถึงมีงานเยอะ แต่การล้างจาน เขากลับมีเวลาให้ ไม่มีบ่นว่าไม่มีเวลา งานเยอะ อันนี้ไม่มีหลุดจากปากของบิลเกตส์เลย
เวลาล้างจาน เป็นกิจวัตรที่เขาชอบมาก ทำไมถึงชอบเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่เขาจะได้พักหัว พักความคิด ทำงานเยอะ ๆ ต้องใช้ความคิดมาก และพบว่าพอมาล้างจาน มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากที่เขาจะพักจากความคิด พักจากงานการต่าง ๆ ที่ใช้ความคิด เพราะใจมาจดจ่ออยู่กับการล้างจาน
แล้วพอวางงานการลง ก็ไม่มีความวิตกกังวลอะไรเกิดขึ้นในใจ ความวิตกกังวลหรือความเครียดมักจะเกิดขึ้นเมื่อเรานึกถึงงาน งานที่กําลังทำอยู่ หรือว่าปัญหาที่กําลังจะก่อตัวขึ้นในอนาคต รวมทั้งโปรเจคใหม่ ๆ โครงการใหม่ ๆ ในวันข้างหน้า แต่พอวางมันออกจากใจ มันก็ไม่มารบกวนจิตใจ จึงรู้สึกสบาย จิตใจโปร่งโล่ง
และเขายังพบว่า พอใจโปร่งโล่ง ผ่อนคลาย สบายแล้ว จะมีความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อย ๆ เขาบอกว่าเขาได้ความคิดใหม่ ๆ ความคิดดี ๆ ระหว่างล้างจานทั้ง ๆ ที่ไม่ตั้งใจคิด พอใจมาอยู่กับการล้างจาน เผลอไปนึกถึงเรื่องงาน ก็กลับมาอยู่กับการล้างจาน
ทำไปนาน ๆ ก็เกิดสิ่งที่เรียกว่า สมาธิ พอจิตใจเกิดสมาธิเข้า ก็เกิดความผ่อนคลาย เกิดความสุข ตรงนี้แหละที่ความคิดใหม่ ๆ จะผุดขึ้นมา
และที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือว่า เวลาล้างจานเขาไม่มีการเปิดเพลง บางคนเวลาล้างจานต้องเปิดเพลง เพื่อให้ได้คลายความรู้สึกเบื่อ เอาใจมาอยู่กับเสียงเพลง จะช่วยทำให้ความเบื่อที่เกิดจากการล้างจานหายไป
หลายคนเวลาทำอะไร ก็ทำหลายอย่างพร้อมกัน กวาดบ้านก็เปิดเพลง จะได้หายเบื่อ เพราะว่าใจไปเพลินกับเสียงเพลง แต่ว่าบิลเกตส์เวลาล้างจาน เขาล้างจานจริง ๆ ไม่มีการเปิดเพลงมากล่อม
จะว่าไปแล้ว คือการทำสมาธิอย่างหนึ่งนั่นเอง เป็นการทำสมาธิของคนรุ่นใหม่ ซึ่งที่จริงแล้วแต่ละคนก็สามารถที่จะทำสมาธิได้ด้วยการมีจิตใจจดจ่ออยู่กับงานอะไรก็ตามที่กําลังทำ โดยเฉพาะเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ความคิด และเป็นการปฏิบัติธรรมในตัว
เวลาล้างจาน ใจอยู่กับการล้างจาน ต้องอาศัยสติจึงจะเกิดสมาธิ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไม่เพียงแต่จานสะอาดอย่างเดียว ใจก็สะอาดด้วย เวลาเราล้างจาน เราชําระสิ่งสกปรกออกไปจากจาน และถ้าเราล้างจานอย่างมีสติ ใจจดจ่ออยู่กับการล้างจาน อยู่กับปัจจุบัน วางงานการต่าง ๆ ลง มันก็ชําระความหม่นหมอง ความเครียด ความกังวลออกไปจากใจได้
ทำอย่างเดียวได้สองต่อ เรียกว่าทูอินวัน คือ จานก็สะอาด ใจก็สะอาด อันนี้เป็นการปฏิบัติธรรม อย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ซึ่งเราสามารถจะนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ทุกคน แม้ว่าจะมีงานยุ่งแค่ไหน
เราอาจจะหากิจกรรมที่ทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว มาเป็นเครื่องฝึกสติ ทำสมาธิ หรือเป็นเครื่องผ่อนคลายจิตใจก็ได้ ถ้าไม่ใช่การล้างจานก็อาจจะเป็นการรดน้ำต้นไม้ การกวาดบ้าน หรือแม้กระทั่งการอาบน้ำ ถูฟัน สิ่งเหล่านี้เราทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว
ไม่มีใครบอกว่าไม่มีเวลาถูฟัน ไม่มีเวลาอาบน้ำ ทุกคนยินดี พอใจที่จะได้ถูฟัน ได้อาบน้ำ วันไหนไม่ได้ถูกฟัน ไม่ได้อาบน้ำจะรู้สึกขาดอะไรไปบางอย่าง เอากิจวัตรนี่แหละมาเป็นเครื่องฝึกได้
หรือถ้าหากว่ามันเสร็จเร็วเกินไป รดน้ำต้นไม้ก็ได้ ไม่ต้องใช้ความคิดอะไร ใจอยู่กับการรดน้ำต้นไม้ เห็นใบต้นไม้เขียวขจี เห็นดอกที่สวยงาม ใจเราก็พลอยเบิกบานไปด้วย ไม่ใช่แค่มีสมาธิกับการรดน้ำต้นไม้อย่างเดียว
นอกจากได้สมาธิแล้ว ยังทำให้กายดีขึ้นด้วย เพราะได้ออกมาอยู่กลางแจ้ง ที่จริงประโยชน์หรืออานิสงส์ที่เกิดขึ้นกับใจมีมากกว่านั้น นอกจากสมาธิแล้ว ยังรู้สึกผ่อนคลาย เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่ได้นึกถึงงานนึกถึงการอะไร
หลายคนไม่เข้าใจ ไปนึกว่าเป็นภาระ การรดน้ำต้นไม้ การล้างจานเป็นภาระ การกวาดบ้านเป็นภาระ แต่ต้องทำ จึงพยายามหาทางทำให้สร้างความทุกข์ให้กับจิตใจน้อยที่สุดด้วยการฟังเพลง มีซาวด์อะเบาท์ เปิดเพลงฟัง
อันนี้แสดงว่ายังไม่เข้าใจว่า จริง ๆ แล้วกิจวัตรเหล่านี้ ถ้าเราทำเป็น ให้อะไรเรายิ่งกว่าเสียงเพลงเสียอีก อย่างที่บิลเกตส์เขาเป็นตัวอย่าง แค่ล้างจานวันละครั้ง ได้พักใจ ได้ผ่อนคลาย เกิดสมาธิ และมีไอเดียใหม่ ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ตั้งใจคิด มันก็ผุดขึ้นมาเอง
ฉะนั้น เวลาเราแม้ไม่ได้อยู่วัด อยู่บ้านเราปฏิบัติธรรมได้ เราเจริญสติ ทำสมาธิได้ ด้วยการเลือกหากิจวัตรที่เราทำเป็นประจำอยู่แล้ว แล้วทำด้วยความตั้งใจ เอาใจจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น แล้วจะพบว่าความเบื่อจะหายไป ไม่ว่าจะเป็นล้างจาน กวาดบ้าน หรือว่าทำกับข้าว หรือเก็บที่นอน ไม่มีคําว่าเบื่อถ้าใจอยู่กับสิ่งนั้นจริง ๆ เพราะสุดท้ายจะเกิดความเพลิน อันนี้เป็นผลพลอยได้จากการที่มีสมาธิ
ฉะนั้น คําว่าไม่มีเวลา ๆ จริง ๆ แล้วเป็นแค่ข้ออ้าง เพราะว่าถ้าเราเกิดชอบขึ้นมา เกิดฉันทะขึ้นมาแล้ว จะสรรหาเวลาจนได้
อย่างบิลเกตส์ ใครจะมาล้างจานแทนเขา เขาไม่ยอม เขาจะล้างจานเอง แต่ตอนหลังก็ให้ครอบครัวมาช่วยล้างด้วย เพื่อให้ลูก ๆ ได้มีส่วนรับผิดชอบ กินแล้วต้องรู้จักล้างจานของตัวเองบ้าง เป็นการฝึกเด็กให้มีความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองทำ และรับผิดชอบต่อส่วนรวม
อันนี้เป็นการสอนอีกแบบหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายทำให้เด็กได้รู้ว่าการล้างจานทำให้ใจมีสมาธิได้ ไม่ใช่ภาระ ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ เกิดฉันทะขึ้นมาแล้วจึงทำเป็นกิจวัตร แล้วได้อานิสงส์ คือ ความผ่อนคลาย ได้สมาธิ ได้สติได้ความรู้สึกตัวไปด้วย.