พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมก่อนฉันเช้า วันที่ 24 มกราคม 2568
คุณป้าคนหนึ่งจะไปเที่ยวเมืองจีนกับคณะทัวร์ ไปเมืองจีนก็ต้องมีเงินหยวน แกจึงไปหาที่แลกเงินทางอินเตอร์เน็ต ก็ค้นเว็บไซต์ต่างๆจนไปเจอที่หนึ่งซึ่งรับแลกเงินหยวนและคิดราคาถูกมาก ปกติ 5 บาทแลกได้ 1 หยวน แต่ที่นี่ 3 บาทกว่าๆ ไม่ถึง 4 บาทดี ก็แลกได้ 1 หยวนแล้ว
แกตั้งใจจะแลก 30,000 บาท ถ้าไปแลกตามที่ปกติ ก็จะได้แค่ 6,000 หยวน แต่ถ้าแลกทางเว็บไซต์นี้ก็จะได้ 7,000 – 8,000 หยวน ซึ่งไม่น้อยทีเดียว แกจึงโอนเงินไปที่เว็บไซต์นี้ปรากฏว่าโอนไปแล้วหายไม่ได้เงินหยวนแม้แต่หยวนเดียว
แกก็พยายามตามแต่ก็ไม่ได้ผล เงียบหายไปเลย แกเสียดายเงินมากจึงพยายามหาทางที่จะเอาเงินคืน ก็ไปค้นทางเว็บไซต์ต่างๆ อาศัยทาง Google ว่ามีวิธีใดบ้างที่จะเอาเงินคืนได้ จะพึ่งพาตำรวจโดยตรงก็คงจะไม่ได้ผล
ปรากฏว่าไปเจอกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มหรือชมรมของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพรวมตัวกัน เป็นชมรมเพื่อที่จะช่วยเหลือคนที่ตกเป็นเหยื่อ แกดีใจมากเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกชมรมนี้เพื่อจะได้ขอความช่วยเหลือหาทางเอาเงิน 30,000 คืน
ทางนั้นก็ตอบมาว่าจะเป็นสมาชิกได้ต้องเสียเงิน 10,000 บาท แกก็โอนเงินไปให้ 10,000 บาท ผ่านไปสักพักทางนั้นก็บอกว่ากำลังติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเร่งรัดเอาเงินคืนจากมิจฉาชีพกลุ่มนี้ แต่ว่าต้องมีค่าใช้จ่ายให้ช่วยโอนเงินมาให้อีก 10,000 แกก็โอนไปเพราะอยากได้ 30,000 คืน
แต่ไม่ได้โอนแค่ครั้งเดียว ทางนั้นก็บอกว่าใกล้จะได้แล้วให้โอนมาอีก โอนไปหลายครั้ง สุดท้ายโอนไปเป็น 100,000 แล้วก็ไม่ได้คืน 30,000 บาทก้อนแรกก็หายสาบสูญ อีก 100,000 ที่ทยอยโอนไปทีละ 10,000 บ้าง 5,000 บ้าง รวมเป็น 100,000 ก็สูญ
เป็นอันว่าสูญเงินไปเกือบ 150,000 บาท ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อจะหาทางเอาเงิน 30,000 คืน
มิจฉาชีพพวกนี้ก็ฉลาดรู้ว่า คนเราเวลาตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพแล้วเสียเงินไปไม่ว่าเท่าไหร่มักจะทำใจไม่ได้ ต้องพยายามหาทางเอาเงินคืน เข้าใจจิตวิทยาของคนที่เสียเงิน จึงตั้งกลุ่มหรือตั้งเพจที่หลอกลวงคน อ้างว่าเป็นกลุ่มช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ แล้วก็มีคนหลงไปเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้มาก
มิจฉาชีพพวกนี้ไม่ใช่แค่หลอกเอาเงินโดยอ้างว่าสามารถจะให้เงินหยวนในราคาที่ถูกกว่าเท่านั้น คนที่ถูกหลอกเนื่องจากตกเป็นเหยื่อของคนกลุ่มนี้ก็ยังสามารถตกเป็นเหยื่อซ้ำสอง เพราะว่าทำใจไม่ได้ที่เสียเงิน 30,000 ไป หรือบางคนก็ 50,000 จึงตกเป็นเหยื่ออีกรอบหนึ่งเพราะพวกนี้จะคอยดักอยู่
เขารู้และเข้าใจจิตใจคนของคนที่ตกเป็นเหยื่อว่า เสียดายเงิน ต้องการทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เงินคืน บางทีเสียดายจนลืมตัว ลืมไปว่าความพยายามที่จะหาทางเอาเงิน 30,000 คืนนั้นสุดท้ายจ่ายไปมากกว่า 30,000 หลายเท่า
ทำไมคนเราถึงยอมจ่ายเป็น 100,000 เพื่อจะเอาเงิน 30,000 คืน เป็นเพราะความลืมตัว ความทำใจไม่ได้ เสียเงิน 30,000 แล้วอยากหาทางเอาคืนมาให้ได้
ก็ไม่ต่างจากคนที่เล่นการพนัน ทีแรกก็ได้แต่ตอนหลังก็เริ่มเสีย อาจจะเสียทีแรกก็แค่ไม่กี่ 100 แต่ทำใจไม่ได้อยากจะเอาคืนจึงเล่นต่อ ปรากฏว่าเสียอีกเป็น 1,000 พอเสียเป็น 1,000 ก็ยิ่งทำใจไม่ได้ใหญ่อยากจะเอาคืนให้ได้ ก็เลยเล่นต่อจนเสียเป็น 10,000 คราวนี้ยิ่งเลิกไม่ได้ใหญ่เพราะเงิน 10,000 นั้นมันไม่ใช่น้อย ก็เลยเล่นเพราะคิดว่าถ้าเล่นต่อจะได้เงินคืน อาจจะไม่ได้เงิน 10,000 แต่ก็ยังได้เงินพันคืนบ้างก็ยังเอา สุดท้ายเลยเสียเป็น 100,000
คนเรานั้นถ้าหากว่าเราเสียอะไรไปแล้วเราตัดใจไม่ได้ เราสามารถตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้ง่ายมาก นี่ยังดีที่เสียแค่ 150,000 ไม่นับ 30,000 ที่เสียไปก่อน
บางคนเสียหนักกว่านี้เพราะเขาล่อให้ไปกดลิงค์ บอกว่าได้เงินแล้ว 30,000 บาทกดลิงค์นี้เลยเดี๋ยวจะโอนเงินไปให้ พอกดลิงค์เข้าไปก็เสร็จเลย มิจฉาชีพสามารถเข้าไปแฮ็กโทรศัพท์มือถือ และไปหลอกหรือไปกวาดเอาเงินที่ฝากในธนาคารไปได้ แบบนี้ก็เจอกันมาก ทั้งที่ก็มีคนเตือนแล้วว่าอย่าไปกดลิงค์หรือไปถ่าย QR Code สุ่มสี่สุ่มห้า แต่ว่าด้วยความลืมตัว
อาจจะลืมตัวเพราะอยากได้เงินคืน ดีใจที่จะได้เงินคืน หรือเสียดายที่สูญเงินไป อารมณ์เหล่านี้ทำให้ลืมตัวได้ง่าย ไม่ว่าจะจบปริญญาเอกหรือจบปริญญาหลายใบก็ตาม พอมีความลืมตัวแบบนี้เข้ามาก็พลาดท่าเสียทีได้ และบางทีก็ไม่น่าเชื่อ อยากจะได้เงิน 30,000 คืนแต่เสียเป็น 100,000 ซึ่งไม่คุ้มกันเลย ถ้าอยากจะได้ 30,000 คืนแล้วเสียแค่2 - 300 ก็คุ้มน่าเสี่ยงแต่นี่เสียเป็น 100,000 เพราะอยากจะได้เงิน 30,000 คืน
คนเรานั้นเวลามีสติเราจะไม่ทำเช่นนี้ แต่เวลาเราถูกอารมณ์บางอย่างครอบงำเช่น ความเสียดายเงินตัดใจไม่ได้หรือบางทีก็เพราะความกลัว มิจฉาชีพเดี๋ยวนี้ก็หลอกเราโดยอาศัยความกลัว อ้างว่าเป็นตำรวจดีเอสไอ เจอข้อมูลหรือหลักฐานว่าเราไปพัวพันกับยาเสพติด ก็ตกใจ
หรือบางทีก็เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่ามีคนมากวาดเอาเงินในบัญชีของเราไปให้รีบติดต่อกลับไปด่วน ความกลัวความเสียดายเงินอย่างนี้ก็ทำให้หลงเชื่อได้ง่าย ก็เลยติดกับดักของเขา
เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้บางทีก็ต้องระมัดระวังให้มาก มีข่าวสารข้อมูลเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ต้องตั้งสติให้ได้ โดยเฉพาะถ้าเกิดเสียเงินไปแล้วก็ต้องตั้งสติให้ดี เพราะถ้าตั้งสติไม่ดีเสียดายเงินตัดใจไม่ได้ก็อาจจะพาเราเข้ารกเข้าพง หรือพาเราสูญเสียเงินมากขึ้นเป็นหลายเท่าทีเดียว
อะไรที่เราไม่คิดว่าเราจะทำตอนเราจิตปกติ แต่พอเราเสียดายเงิน พอเรามีความกลัว มีความโกรธแล้วเราทำหลายอย่างที่ไม่คาดคิดว่าจะทำได้ เช่นเรื่องนี้ เสียดายเงิน 30,000 ตัดใจไม่ได้ก็เลยดิ้นรน ไปหาเขาเอง เขาไม่ได้โทรมาหา ไปหาเขาเอง ติดต่อเขาทางเพจ ทางเว็บไซต์ เหมือนหมูไปชนปังตอและก็ยังจ่ายเงินให้เขาอีกเป็น 100,000 เพราะเสียดายเงิน 30,000 อยากจะได้คืน
ในยุคนี้อย่างนี้เราต้องทำใจ คือว่าถ้าเสียเงินไปแล้วก็ต้องตัดใจปล่อยวางมัน อย่าไปดิ้นรนมาก เพราะถ้าดิ้นรนแล้วอาจจะทำให้เสียหนักขึ้น และเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพฉลาดขึ้นมาก ฉลาดกว่าเรา ก้าวเดินล้ำหน้าเราอย่างน้อย 2 ก้าวหรือ 1 ก้าวเสมอ
เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะระมัดระวังอย่างไรก็มีโอกาสที่เราจะโดนมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ก็ทำใจเอาไว้เลยว่าจะโดนมิจฉาชีพหลอกเอาเงินจากธนาคารไปอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ถ้าเราทำใจเช่นนี้ได้เวลาเจอเหตุการณ์นี้เข้าจริงๆก็จะไม่ตื่นตกใจมาก เพราะทำใจไว้แล้ว
แต่ถ้าเราทำใจไม่ได้นอกจากเสียใจจนบางทีนอนไม่หลับ บางคนฆ่าตัวตาย หรือบางคนไม่ฆ่าตัวตายแต่ทำใจไม่ได้ก็ยอมเสียเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า เพราะอยากจะได้เงินก้อนเดิมคืนจึงตกเป็นเหยื่อหนักขึ้น ดังนั้นจึงต้องตั้งสติให้ดี อะไรที่สูญไปแล้วก็ต้องรู้จักทำใจบ้าง อย่าไปดิ้นรนเพื่อที่จะเอาคืนเพราะอาจจะเสียยิ่งขึ้นกว่าเดิม.