พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568
เมื่อวานได้พูดถึงการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้ทำกันเป็นล่ำเป็นสันจนกลายเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเงิน และผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อ เรียกว่าหนักกว่าการค้ายาเสพติดด้วยซ้ำ ค้ายาเสพติดเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่โตมหาศาล แต่ตอนนี้เขาว่าเล็กกว่าอุตสาหกรรมการหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเรามักจะเรียกพวกนี้ว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์
ที่จริงมันเป็นมากกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพราะว่าอุบายการหลอกลวงมีหลากหลายมาก ล่าสุดมีข่าวที่ประเทศนิวซีแลนด์ คนที่นั่นนิยมใช้แอพเพื่อหาคู่ เดี๋ยวนี้จะหาคู่ต้องอาศัยแอพแล้ว แต่ก่อนอาศัยพ่อสื่อแม่สื่อ ต่อมาอาศัยการรู้จักมักคุ้นกันตามที่ทำงาน ตามสถานที่ต่างๆ แต่ตอนนี้หลายคนพบว่าไม่สะดวกเท่ากับการใช้แอพหาคู่
ปรากฏว่า 1 ใน 3 ของคนนิวซีแลนด์ที่ใช้แอพหาคู่นั้นถูกหลอกให้รัก คนที่ถูกหลอกมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย และพวกมิจฉาชีพที่หลอกก็สร้างโปรไฟล์ที่โกหกทั้งเพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติ สถานที่ อาชีพการงาน นิสัยใจคอ พวกนี้ก็หลอกเพื่อให้หลงรัก พอหลงรักแล้วก็อาจจะเชื่อ ยอมจ่ายเงิน ยอมซื้อนั่นซื้อนี่ให้ โอนเงินไปให้
หรือหนักกว่านั้น มาเจอตัวแล้วก็ถูกลักพาตัวไป ก็เป็นวิธีการที่หลายคนตกเป็นเหยื่อ เพราะว่าพวกหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตนี้มักจะมาพร้อมกับการลักพาคนไปด้วย อย่างที่เมื่อวันก่อนได้พูดถึงเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกลักพาตัวไปทำงานแถวฝั่งพม่าที่ติดกับชายแดนไทย พอแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียวดีถูกถล่ม ถูกทะลาย เพราะทางไทยตัดไฟ ตัดน้ำ ตัดสัญญาณโทรศัพท์
ผู้ปกครองที่นั่นก็เลยถล่มทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มาอยู่ในพื้นที่ของเขา ปรากฏว่ามีเหยื่อนับพันๆคน เฉพาะที่เมียวดีคาดว่ามีเหยื่อประมาณ 7,000 คน ถ้ารวมอีก 4 จุดชายแดนพม่าไทยว่าประมาณเกือบ 20,000 คน
ในบรรดาเกือบ 20,000 หรือ 17,000 คนนี้ก็คงจะมีพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ปะปนอ้างว่าเป็นเหยื่อ เพื่อจะได้เข้าไทยได้สะดวกและไม่ถูกดำเนินคดี ก็คงจะมีบ้าง แต่ 90% คงจะเป็นเหยื่อจริงๆ ถูกจับ ถูกลักพาตัวเพื่อไปใช้งาน ถูกบังคับให้ทำงานหนักให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกบังคับใช้งาน 24 ชั่วโมง นี่ขนาดชายแดนไทยจุดเดียว เหยื่อยังมีถึง 17,000 หรือว่าประมาณนั้น ยังไม่นับที่กัมพูชา ไม่นับที่ลาวอีก ไม่นับที่ประเทศอื่นอีกที่ถูกจับเพราะถูกลักพาตัวไปใช้งาน
และอุบายที่ใช้ลักพาตัวไปก็คือ หลอกให้รัก ให้มาเจอกันกับแฟน มาเจอกับคู่รัก แล้วก็ถูกจับไป หนักกว่าเสียเงินอีก นี่ขนาดนิวซีแลนด์ซึ่งอยู่ไกลเมืองไทยมาก คน 1 ใน 3 ที่ใช้แอพหาคู่ถูกหลอกโดยพวกมิจฉาชีพให้หลงรัก แต่ไม่มีข่าวว่าเสียเงินหรือเสียตัวไปมากเท่าไหร่หรือว่าถูกจับไปในขบวนการค้ามนุษย์เท่าไหร่
และที่น่าสนใจก็คือว่าเวลาหลอกให้หลงนั้นเค้าใช้ AI เอไอหรือปัญญาประดิษฐ์ในการสนทนาพูดคุยเพราะเวลาจะหลอกให้แนบเนียนนั้นต้องใช้เอไอ เพราะเอไอมันฉลาด มันรู้วิธีที่จะโต้ตอบ ตอบคำถามที่ทำให้อีกฝ่ายหลงเชื่อและยอมถูกหลอก
เขาพบว่าคนที่ใช้แอพหาคู่นั้น แม้อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่ใช่มิจฉาชีพที่มาหลอก แต่เขาก็ใช้เอไอ เหมือนกัน อีกฝั่งหนึ่งก็ใช้เอไอเพราะจะสนทนาโต้ตอบให้ได้ดี ให้ดูน่าเชื่อถือ มีภาพลักษณ์ดีก็ต้องใช้เอไอ เพราะหลายคนไม่ถนัดในการตอบ ในการพูดคุย ถ้าอยากจะสร้างภาพให้ดูดีก็ต้องใช้เอไอ แบบนี้ก็มี
ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจหลอกเพราะมีอุบายเบื้องหลัง หรือเป็นพวกมิจฉาชีพ เป็นพวกที่อยากจะหาคู่รักจริงๆแต่ก็อาศัยเอไอในการช่วยตอบคำถามกับคู่สนทนา แสดงว่ามันก็พัฒนาไปเยอะ เดี๋ยวนี้พวกที่เราเรียกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือพวกที่หลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตนี้นอกจากใช้คนมาเป็นเครื่องมือมาทำงานแล้ว เดี๋ยวนี้ใช้เอไอด้วย ซึ่งทำให้ดูมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือมาก
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า การที่เรามีโทรศัพท์มือถือ แม้จะทำให้เราสะดวกสบายในการติดต่อผู้คน จะโอนเงินก็ไม่ต้องไปธนาคาร โอนเงินทางมือถือได้ จะซื้ออะไรก็ไม่ต้องไปถึงห้างซื้อกันทางออนไลน์ แต่ในเวลาเดียวกันก็เปิดช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวเรา มาหลอกเรา จนกระทั่งเราเสียเงินเสียทอง หรือบางทีก็เสียอิสรภาพ
แต่จริงๆแล้วคนอื่นหลอกเรา แม้จะเป็นมิจฉาชีพที่มีประสบการณ์ช่ำชองก็ยังไม่น่ากลัวเท่ากับกิเลสหลอกเรา กิเลสมันอยู่ในใจเรา มันก็หลอกเราให้ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อสนองปรนเปรอมัน ใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อเล่นพนันออนไลน์ เล่นเกมออนไลน์ ดูหนังฟังเพลงไม่หยุดจนกระทั่งไม่เป็นอันทำงาน หรือไม่ก็แค่แชทแค่สนทนาตามโซเชียลมีเดียวันละหลายชั่วโมง 6- 7 ชั่วโมง บางที 10 ชั่วโมง
อย่างนี้ก็โทษใครไม่ได้ ต้องโทษกิเลสในใจเรา แม้ว่าเราจะไม่ได้โดนมิจฉาชีพมาหลอกเอาเงินเลยแต่โดนกิเลสในใจเราหลอกให้เราเสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ หรือว่าเปิดช่องให้พวกมิจฉาชีพมาหลอกเอาเงินของเราได้ เพราะว่าพอกิเลสหลอกให้เราเข้าหาเว็บพนันออนไลน์ตอนนี้แหละพวกมิจฉาชีพก็จะได้ช่องมาสวมรอย หรือเข้าถึงตัวเราได้ง่าย
แต่ถึงแม้เราจะไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือเล่นพนันออนไลน์หรือไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือของพวกมิจฉาชีพ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ถ้าเรายังไม่รู้ทันกิเลส กิเลสในใจเราที่ทำให้เราเสียผู้เสียคนไปกับโทรศัพท์มือถือเพื่อสนองความโลภบ้าง หรือเพื่อสนองโทสะบ้าง บางทีมันหลอกให้เราด่า มันหลอกให้เราเขียนข้อความดูถูกเหยียดหยาม อะไรต่ออะไรมากมาย แล้วต้องมาเดือดร้อนภายหลัง
บางทีก็หลอกสร้างภาพว่าจบปริญญาหลายปริญญา ได้ปริญญาเอก ได้ศาสตราจารย์ทั้งๆที่ยังเรียนแค่ปริญญาโท เสร็จแล้วพอมีคนจับได้เราก็เสียผู้เสียคน แล้วทำไมจึงทำอย่างนั้นก็เพราะโดนกิเลสมันหลอก เพราะฉะนั้นพวกสแกมเมอร์หรือพวกมิจฉาชีพหลอกเรา ยังไม่น่ากลัวเท่ากับกิเลสมันหลอกเรา เพราะมันสามารถทำให้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นเครื่องมือที่บั่นทอนอนาคตของเราหรือทำให้เราตกเป็นทาสของอบายมุขสิ่งเสพติดต่างๆได้ง่าย
ยังไม่นับประเภทว่า ต้องเสียผู้เสียคน แม้ไม่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์มือถือแต่โดนกิเลสมันหลอก จะไม่โดนกิเลสหลอกถ้ามีสติ เมื่อมีสติเราก็จะรู้ว่ากิเลสจะมาไม้ไหน รู้เท่า รู้ทางและรู้ทันด้วย
แต่ถ้ารู้ไม่ทันกิเลส ถึงแม้จะปลอดพ้นจากการรบกวน รังควาน หลอกลวงของพวกแก๊งออนไลน์ สุดท้ายเราชีวิตเราก็ยังย่ำแย่เหมือนเดิมหรือยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ.