พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568
มีปลาทะเลชนิดหนึ่งรูปร่างแปลก แต่ไม่ค่อยพบในทะเลแถวบ้านเรา ต้องไปโน่น ซีกโลกเหนือ ปลาที่ว่านี้คือ ปลาแสงอาทิตย์
รูปร่างมันแปลกคือ เป็นทรงกลม ตัวใหญ่ หัวก็โต และครีบหดสั้น ยกเว้นครีบหลังจะตั้งสูง เวลาว่ายใกล้ ๆ ผิวน้ำ ครีบจะเหมือนกับปลาฉลาม ตัวใหญ่มาก หนัก 2 ตันได้
ความที่มีรูปร่างประหลาดก็เลยมีคนจับไปไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(อควาเรียม)ให้คนชม และปลาแสงอาทิตย์เวลาว่ายดูประหลาด ๆ เพราะตาโตและอ้าปากเหมือนกับอ้าปากหวอ เห็นแล้วดูน่ารัก คนก็เลยชอบมาดูที่พิพิธภัณฑ์ไหนมีปลาแสงอาทิตย์ คนจะมาดูเยอะ เพราะหน้าตาประหลาด
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่งในอเมริกามีปลาแสงอาทิตย์อยู่ตัวหนึ่ง คงมาอยู่นานแล้ว เวลาคนมาชมหรือดูสัตว์น้ำพวกนี้ เขาจะมีกระจกบานใหญ่ คนก็ไปยืนอยู่บริเวณที่ต่ำกว่าระดับผิวน้ำ ก็จะเห็นปลาพวกนี้ว่ายชัดเจน ปลาแสงอาทิตย์ก็คงจะเห็นคนมาชมมาดู ดูเหมือนเป็นกิจวัตรธรรมดา
แต่มีช่วงหนึ่งพิพิธภัณฑ์ปิดซ่อมประมาณ 1 อาทิตย์ ก็เลยไม่มีคนมาชมมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนี้ แค่ไม่กี่วันปรากฏว่าปลาแสงอาทิตย์ตัวนี้ไม่กินอาหารเลย มันซึม มันหงอยมาก คนที่ดูแลก็เป็นห่วง เพราะสุขภาพมันทำท่าจะไม่ค่อยดีแล้ว
คงไม่ใช่เพราะไม่ได้กินอาหารอย่างเดียว แต่คงเพราะเหตุผลอื่นด้วย เขาพยายามหาทางแก้ไข เอาอาหารที่มันชอบให้มันกิน มันก็ไม่กิน กินนิดกินหน่อย
ตอนหลังมีคนเดาว่ามันคงจะเหงา เพราะว่าเคยมีคนมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ มันเห็นอยู่ เห็นคนมาตลอดทั้งวัน แต่คราวนี้ไม่มีใครเลย มันเหงา
ก็เลยมีคนแก้ปัญหาด้วยการตัดกระดาษเป็นรูปหัวคนประมาณ10 แผ่นมาติดไว้ตรงกระจก เป็นรูปหัวคน และมีเสื้อผ้าด้วย เอาเสื้อผ้าทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งผู้หญิงมาติดมาปะไว้ตรงกระจก คือหลอกให้ปลาแสงอาทิตย์ตัวนี้เข้าใจว่ามีคนมาชม มีคนมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ มีคนมาดูมัน ปรากฏว่ามันดีขึ้นเลย เพราะรู้สึกว่าไม่เหงาแล้ว มีคนมาเที่ยวมาชม
นี่เป็นเรื่องที่แปลก สัตว์พวกนี้แม้เป็นปลา มันก็รู้สึกเหงาเป็น ต้องการเพื่อน ถ้าไม่มีเพื่อนที่เป็นปลาด้วยกัน อย่างน้อยก็เป็นคน ความผูกพันกับคนที่มาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ แม้จะไม่รู้จัก เปลี่ยนหน้ากันทุกวัน แต่ก็มีความหมายทางจิตใจสำหรับปลาแสงอาทิตย์ตัวนี้ และคงจะรวมถึงปลาตัวอื่นด้วย
ที่ไอร์แลนด์มีปลาโลมาตัวหนึ่ง เวลาคนพายเรือ หรือคนว่ายน้ำ มันจะโผล่มาทักทาย จนตอนหลังเป็นกิตติศัพท์ที่รู้กัน ก็เลยมีเรือนักท่องเที่ยวออกทะเลเพื่อมาเจอปลาโลมาตัวนี้ชื่อฟังกี้ (Fungie) แล้วไม่ผิดหวัง มันจะโผล่หน้ามาให้คนเห็น มาทักทาย
บางทีก็กระโดดทะยานขึ้นเหนือน้ำโชว์ให้คนดู จะเป็นเรือใหญ่ เรือเล็ก เรือคายัค มันก็โผล่มาทักทาย มาเป็นเพื่อน บางทีเรือคายัค เรือเล็ก ๆ มันก็ว่ายตาม บางคนลงทะเล มันก็ว่ายอยู่ใกล้ ๆ ไม่เคยคิดจะทำร้ายคนเลย และไม่มีประวัติด้วย ไม่ใช่ว่ามันอยากกินอาหาร มันไม่ได้มาทำเพื่อหวังอาหาร เพราะว่าคนโยนอาหาร มันก็ไม่สน แต่มันมาเพราะอยากจะมาเจอคน
แล้วมันทำอย่างนี้มาเป็นเวลานานถึง 38 ปี เพิ่งหายหน้าหายตาไปเมื่อปี 63 นี่เอง ตั้งแต่ปี 26 ถึง 63 มันโผล่มาทุกวัน เวลาคนว่ายน้ำ หรือคนนั่งเรือเพื่อไปหามัน มันก็โผล่มา จนใคร ๆ ตั้งชื่อว่าฟังกี้ และเป็นปลาโลมาที่มีชื่อมากของไอร์แลนด์
สิ่งที่น่าสนใจ น่าสังเกตคือว่า มันไม่มีฝูง ปกติปลาโลมาอยู่กันเป็นฝูง แต่ตัวนี้อยู่โดดเดี่ยว อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ มันก็เลยมาหาคน เพื่อจะได้มีเพื่อน แสดงให้เห็นว่าสัตว์ แม้กระทั่งปลา มันต้องการเพื่อน ถ้าไม่มีเพื่อนมันก็หงอย มันก็เหงา
บางตัวสามารถที่จะหาเพื่อนได้ อย่างฟังกี้ เพื่อนไม่คบก็ได้ เพื่อนที่เป็นปลาโลมาด้วยกันไม่คบ มันก็เลยมาคบกับคนแทน จนกระทั่งเป็นที่รู้กันว่าถ้าออกเรือไปที่น่านน้ำไอร์แลนด์ เดี๋ยวฟังกี้โผล่มาแล้ว และสุภาพเรียบร้อยกับคนมาก ขนาดสัตว์ และเป็นสัตว์น้ำด้วย
ไม่ต้องพูดถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หมา แมว ลิง รวมทั้งคนด้วย คนยิ่งต้องการเพื่อน หรือต้องการคนที่รู้จักที่คบหาสมาคม พอมีเพื่อนมีหมู่ก็มีความสุข แต่ถ้าขาดเพื่อนขาดหมู่เมื่อไรก็หงอย
และเดี๋ยวนี้ความหงอยความเหงาก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนแก่ในยุคปัจจุบัน เพราะคนแก่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครห้อมล้อมเท่าไร เพื่อนก็ล้มหายตายจากไป แถมคนแก่เดี๋ยวนี้ก็อยู่บ้าน ถ้าเป็นในเมืองก็เป็นทาวน์เฮาส์ ไม่ใช่ห้องแถว มีเพื่อนก็เหมือนไม่มีเพื่อน เพราะว่าแยกกันอยู่
สมัยก่อนคนแก่ไปเล่นไพ่ ไปโขกหมากรุก พอไปอยู่บ้านแบบเมืองสมัยใหม่ ทาวน์เฮาส์ หรือว่าหมู่บ้านจัดสรร เหงามาก ลูกก็ไปทำงาน หลานก็ไม่มีให้เลี้ยง หงอย
เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะช่วยแก้ความหงอยเหงาได้คือ ออกไปเจอผู้คน ไปทำกิจกรรม เดี๋ยวนี้จำเป็นต้องมีกิจกรรมสำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนแก่ เช่น ไปทำกิจกรรมในวัด เป็นจิตอาสา หรือไม่ก็นัดกันไปทำบุญ เดี๋ยวนี้จะมีหมู่คณะคนชรามาทำบุญที่วัดกันเยอะขึ้น ๆ อันนี้เรียกว่านอกจากทำบุญแล้วก็เป็นการสร้างสัมพันธภาพ มีกิจกรรมทำร่วมกัน ทำให้หายเหงา
แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะคนแก่เท่านั้น คนหนุ่มสาวหรือวัยรุ่นก็เริ่มเหงาแล้ว เพราะว่าเป็นยุคที่เรียกว่า โนสนโนแคร์ ไม่สนใครไม่แคร์ใคร เป็นคติของคนรุ่นใหม่ ก็เลยเหงา
แต่ธรรมดาคนเราพอเหงาก็ไม่ยอมอยู่เฉย ต้องพยายามหาเพื่อน บางทีแม้จะมีเพื่อนที่ไม่ดีก็เอา ดีกว่าเหงา บางคนอยากจะมีแฟน ทั้ง ๆ ที่แฟนไม่ได้เรื่องเลย ก็ยอมคบเป็นแฟน เพราะกลัวเหงา แต่ว่าต้องช้ำใจ เพราะว่าแฟนที่คบหาเจ้าชู้ ไม่ได้เรื่อง นี่เป็นปัญหาของผู้หญิง
ผู้ชายก็เหมือนกัน เหงา ก็เลยต้องคบเพื่อน บางทีคบเพื่อนไม่ดี เป็นพวกแก๊งซามูไร หรือว่าบางทีก็พาไปทำชั่วเลยก็มี แต่ก็ยอม ยอมทำตาม เพราะว่าไม่อย่างนั้นก็ไม่มีเพื่อน
สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า คนเราถ้าได้เพื่อนไม่ดี อยู่คนเดียวดีกว่า แต่สมัยนี้คนไม่ค่อยกล้าอยู่คนเดียว เพราะอยู่ไม่เป็น ที่จริงฝึกได้ ฝึกที่จะอยู่คนเดียว ถ้าไม่มีเพื่อนที่ดี หรือว่าคนที่รู้จักล้มหายตายจากไปหมดเพราะว่าอายุยืนกว่าคนอื่น แถมสังคมเมืองเป็นสังคมแบบตัวใครตัวมัน ยังสามารถฝึกตนให้อยู่กับตัวเองได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ฝึกได้
มีบางคนฝึก ตั้งใจไปอยู่ในถ้ำ อย่างเช่น เทนซิน พัลโม (Tenzin Palmo) เป็นผู้หญิง ไปอยู่ในถ้ำคนเดียว 12 ปี ไม่เจอใครเลย ก็อยู่ได้อย่างมีความสุขด้วย พบกับความสงบภายใน เพราะว่ามีใจเป็นมิตร มีจิตเป็นเพื่อน
คนเราต้องฝึก ฝึกที่จะอยู่กับตัวเองให้เป็น และอยู่อย่างมีความสุขด้วย ไม่ใช่ว่าปล่อยสนุกสนานไปตามเรื่อง พอแก่แล้วรู้สึกเหงา พอคู่รักล้มหายตายจากไปยิ่งทรุดเข้าไปใหญ่ หรือพอป่วยติดเตียง ร่างกายไม่เท่าไร จิตใจนี่แย่ อันนี้เพราะว่าไม่รู้จักฝึกใจให้อยู่คนเดียวให้เป็น
แต่คนเราแม้ว่าจะเป็นสัตว์สังคม ต้องการเพื่อน ต้องการมิตร แต่ว่าถ้าหาเพื่อนไม่ได้ หรือมีแต่พวก และเป็นพวกที่ไม่ได้เรื่อง อยู่คนเดียวดีกว่า และอยู่อย่างมีความสุขได้ถ้าเราฝึก ของอย่างนี้ฝึกได้ อยู่ที่ว่าเราตั้งใจจะฝึกเพื่อที่จะพบกับความสงบในจิตใจของตัวเองหรือเปล่า.