พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต แสดงธรรมเย็นวันที่ 6 สิงหาคม 2567
ถ้าเอ่ยชื่อโจเซฟ สคูลลิ่ง (Joseph Schooling) หลายคนคงไม่รู้จัก อาจจะงงว่าสำคัญอย่างไร เมื่อ 8 ปีที่แล้วหรือว่าในเทศกาลโอลิมปิก 2 ครั้งก่อน จัดที่บราซิล โจเซฟ สคูลลิ่ง ดังมาก เรียกว่าดังแบบที่เจ้าตัวเอง หรือแม้แต่คนอื่นก็ไม่คาดคิด
เขาเป็นนักว่ายน้ำสัญชาติสิงคโปร์ ปรากฏว่าเขาสามารถที่จะนำเหรียญทองเหรียญแรกมาให้กับสิงคโปร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แล้วก็เป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้เหรียญทองจากการว่ายน้ำในกีฬาโอลิมปิก แต่เพียงเท่านี้มันก็ไม่ทำให้เขาดังไปทั่วโลก เพราะว่าถ้าเขาเป็นเพียงแค่คนที่นำเหรียญทองเหรียญแรกมาให้กับสิงคโปร์ เขาก็คงจะดังเฉพาะในหมู่ชาวสิงคโปร์ หรือถ้าเขาเพียงแต่เป็นคนที่เป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้เหรียญทองจากการว่ายน้ำ เขาก็คงจะเป็นที่รู้จักเฉพาะในหมู่ชาวเอเชีย แต่ที่เขาดังไปทั่วโลกเพราะว่าเขาทำลายสถิติโอลิมปิก และที่สำคัญกว่านั้นคือว่าเขาเอาชนะไมเคิล เฟลป์ส (Michael Phelps) ได้
ไมเคิล เฟลป์ส เป็นนักกีฬาว่ายน้ำชาวอเมริกัน ซึ่งตอนนี้เป็นตำนานไปแล้ว เพราะว่าได้เหรียญทองมากที่สุด ไม่ใช่ของอเมริกาเท่านั้น ของในประวัติศาสตร์โอลิมปิกเลย ไม่มีใครที่ได้เหรียญเท่าเขา ทั้งทอง ทั้งเงิน ทั้งทองแดง ก็ 28 เหรียญ ที่จริงไมเคิล เฟลป์ส เขาก็ตั้งใจว่ากีฬาโอลิมปิกที่บราซิลนี้ เขาจะกวาดเหรียญทองว่ายน้ำให้หมดเลย แต่ปรากฏว่าทำไม่สำเร็จ
เพราะมีเหรียญหนึ่งตกเป็นของโจเซฟ สคูลลิ่ง คนเขาตื่นตกใจว่า โห นักกีฬาว่ายน้ำโนเนมจากสิงคโปร์เอาชนะไมเคิล เฟลป์สได้ ในการว่ายน้ำท่าผีเสื้อ ยังไม่มีใครที่เอาชนะไมเคิล เฟลป์สได้มาก่อน ก็มีโจเซฟ สคูลลิ่ง ซึ่งไม่ได้อยู่ในสายตาของคนที่สนใจเรื่องกีฬาว่ายน้ำ เพราะฉะนั้นเรียกว่าดังมาก
แต่เดี๋ยวนี้ มาถึงวันนี้มีไม่กี่คนที่ยังจำเขาได้ ทั้งที่เมื่อ 8 ปีที่แล้วเขาดังสุดๆ เลย คนไทยจำนวนมากก็รู้จัก รู้สึกภูมิใจไปกับเขาด้วย ที่เป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก แถมเฉือนเอาชนะไมเคิล เฟลป์สได้ แต่ตอนนี้ไม่มีใครรู้จักแล้ว หรือรู้จักน้อยมาก ซึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นอนิจจัง ชื่อเสียงความโด่งดัง แม้จะดังสุดๆ แต่พอเวลาผ่านไปก็เลือนหายไป บางทีคนก็เรียกว่าดับ
ดังกับดับเป็นของคู่กัน ที่จริงการที่โจเซฟ สคูลลิง นี้ชื่อเสียงเขาเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว นอกจากเป็นเพราะธรรมชาติของทุกสิ่งที่มันไม่เที่ยง รวมทั้งชื่อเสียงความเด่นดัง อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะความสำเร็จนั้น ความเด่นดังนั้นมันกลับมีผลเสียกับตัวเขาเอง
เพราะว่าพอเขาประสบความสำเร็จแบบไม่คาดฝัน เด่นดังมีชื่อเสียง เงินทองก็ตามมา เขาก็เกิดหลงใหลเพลิดเพลินกับชื่อเสียง แล้วก็เงินทอง มีงานต่างๆ หลั่งไหลเข้ามา พร้อมกับเงินทอง เช่น ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ พรีเซ็นเตอร์ที่นั่นที่นี่ สินค้าตัวนั้นตัวนี้ เขาก็ดังใหญ่เลย แล้วก็มีเงินมากมายตามมา
พอเพลินกับเงินทอง พอเพลินกับชื่อเสียง ก็ไม่ค่อยสนใจการฝึกซ้อม ปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่เอาจริงเอาจังกับการฝึกซ้อม ฝีมือเขาก็ตกลงไปเรื่อยๆ ตอนหลังก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรในการแข่งขัน อย่าว่าแต่ระดับโลกเลย แม้กระทั่งระดับเอเชีย ถึงแม้เขาจะได้เหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์หรือเอเชียนเกมส์ แต่ว่าตอนหลังก็ตกรอบ ไม่สามารถจะเข้าแข่งขันกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิกครั้งถัดมาได้ ซึ่งจัดที่โตเกียว เขาไม่ผ่าน ก็สร้างความประหลาดใจเหมือนกัน แชมป์อันดับ 1 เหรียญทองโอลิมปิกในบราซิล แต่กลับไม่สามารถเข้ารอบในการแข่งขันว่ายน้ำโอลิมปิกที่โตเกียวได้
จากความสำเร็จพุ่งสุดขีด ก็เริ่มตกลง อันนี้ก็เรียกว่าเป็นเพราะความเพลิดเพลิน หลงใหลในชื่อเสียงเงินทอง แล้วตอนหลังก็ยังพบว่าเขาสูบกัญชาหรือใช้กัญชาระหว่างที่ไปแข่งขันซีเกมส์ที่ฮานอยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือปี 2021 ก็เลยถูกห้ามเข้าแข่งทั้งซีเกมส์แล้วก็เอเชียนเกมส์ หลังจากนั้น ตกรอบกีฬาโอลิมปิก แล้วก็ไม่ผ่านเกณฑ์แข่งขัน แม้กระทั่งเอเชียนเกมส์แล้วก็ซีเกมส์ สุดท้ายเขาก็ประกาศยุติการเป็นนักว่ายน้ำเมื่อต้นปีนี้เอง
ก็เรียกว่าจากดังกลายเป็นดับ และที่ดับนี้มันไม่ใช่เป็นเพราะธรรมชาติของชื่อเสียง ที่เมื่อมาแล้วก็ไป แต่เป็นเพราะโทษของความสำเร็จ โทษของชื่อเสียงด้วย คือชวนให้หลงใหลและเพลิดเพลิน จนกระทั่งชีวิตก็ตกต่ำย่ำแย่ อันนี้มันชี้ให้เห็นเลยว่า ชื่อเสียงนอกจากมันไม่เที่ยง เสื่อมไปอย่างรวดเร็วแล้ว มันยังก่อโทษด้วย ก่อโทษกับผู้ที่หลงใหลเพลิดเพลิน ที่หลงใหลเพลิดเพลินเพราะไม่เห็นโทษว่า ถ้าเกิดไปประมาทมัวเมาแล้ว ถ้าเกิดไปหลงไหลเพลิดเพลินแล้ว ก็จะเกิดความประมาทมัวเมา แล้วก็ทำให้เกิดความเสื่อมเสียตามมา
ตรงข้ามกับความล้มเหลว ความล้มเหลวมันกลับมีประโยชน์ ตอนที่โจเซฟ สคูลลิ่ง ครั้งที่ยังไม่ดัง เขาเคยพยายามที่จะเข้าแข่งขันโอลิมปิกที่อังกฤษเมื่อ 4 ปีก่อนที่เขาจะดังสุดขีดที่บราซิล แต่เขาไม่สามารถเข้ารอบได้ ไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกได้ เขาก็เสียใจ แต่ว่ามันทำให้เขาเกิดความขยันหมั่นเพียรมากขึ้น จนกระทั่งเขาไม่เพียงแต่เข้ารอบ ผ่านการคัดเลือกในการแข่งขันที่บราซิล แต่ยังสามารถจะชนะเป็นที่หนึ่งได้
เมื่อเขาพูดถึงเหตุการณ์ที่เขาไม่ผ่านการคัดเลือกโอลิมปิกที่อังกฤษ บอกว่าความผิดพลาดและความล้มเหลวมันทำให้ผมกลายเป็นคนที่ดีขึ้น แล้วก็เติบโตขึ้น คือทำให้เขาเกิดความตั้งใจ เกิดความเพียรพยายาม ถ้าภาษาชาวบ้านเรียกว่าเกิดมุมานะ แต่คำว่ามานะที่ชาวบ้านใช้หมายถึงความเพียร ไม่ตรงกับมาในพุทธศาสนา ซึ่งหมายถึงกิเลสชนิดหนึ่ง ความล้มเหลวมันทำให้เขาเกิดความเพียรพยายามมากขึ้น จนประสบความสำเร็จ
แต่พอสำเร็จแล้ว มีชื่อเสียงมีเงินทองตามมา เกิดหลงใหลเพลิดเพลิน ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว ปล่อยใจ ก็เลยย่ำแย่ ย่ำแย่ทั้งร่างกาย ทั้งสมรรถนะในการว่ายน้ำ แล้วก็ในแง่จิตใจด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปหากัญชา ไปพึ่งกัญชา เพราะว่าสิงคโปร์ใช้อย่างอื่นที่แรงกว่านั้นไม่ได้ อันนี้ก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่า นอกจากชื่อเสียงมันไม่เที่ยงแล้ว ความสำเร็จนี้ยังเป็นโทษด้วย ชื่อเสียงและความสำเร็จนี้ก็เป็นโทษ หรือว่าเป็นตัวทุกข์ตัวหนึ่ง
มันก็ชี้ให้เห็นว่าโลกธรรมมันเป็นอย่างนี้แหละ ดังได้ก็ดับได้ เช่นเดียวกับมีกับหมด ได้กับเสีย เจอกับจาก พบกับพราก พวกนี้เป็นของคู่กัน เหมือนกับหน้ามือกับหลังมือ อันนี้รวมเรียกว่าโลกธรรม 8 ที่ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ ได้รับคำสรรเสริญก็ตามมาด้วยคำนินทา เจอสุขก็ต้องพบทุกข์ เมื่อดังได้ก็ดับได้
ฉะนั้นถ้าเรารู้จักมองเหตุการณ์เหล่านี้ มันก็เตือนใจให้เราเห็นว่า ชื่อเสียงก็ดี ความสำเร็จก็ดี เงินทองก็ดี หรือว่าสิ่งที่ใครๆ ปรารถนาก็ดี พวกนี้มันไม่เที่ยงเลย แล้วก็มันสามารถก่อทุกข์ให้กับเราได้ ถ้าไปยึดมั่นถือมั่น หรือไปหลงใหลเพลิดเพลินกับมัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็สอนใจเราว่าอย่าไปหลงใหลใฝ่หาสิ่งเหล่านี้มาก เพราะมันเป็นของชั่วคราว ถ้าเราไม่ตระหนัก ไม่เห็นความจริงตรงนี้ เราก็จะหลงใหลใฝ่หามัน แล้วพอได้มาแล้ว ถ้าเราเห็นว่ามันไม่น่าหลงใหล ไปยึดติดไปเพลิดเพลินหลงไหลกับมันไม่ได้ หรือตระหนักว่ามันก็ไม่เที่ยง มันก็ทำให้เราคลายความยึดมั่นถือมั่น เพราะถ้าเรายึดมั่นถือมั่นเมื่อไร ถึงเวลาที่มันแปรเปลี่ยนไป เสื่อมไป หายไป ก็จะทุกข์
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องราวของชีวิตของคนหลายคนที่เด่นดัง มันสอนธรรมให้กับเราได้มาก โดยเฉพาะเรื่องโลกธรรม 8 ซึ่งก็เป็นด้านหนึ่งของอนิจจัง แล้วก็ทุกขังด้วย อนิจจังคือไม่เที่ยงแปรเปลี่ยนไป ส่วนทุกขังคือว่ามันพร่อง มันแฝงไว้หรือมันเจือไปด้วยโทษ ไปยึดมั่นกับมัน ไปหลงใหลเพลิดเพลินกับมันเมื่อไหร่ ก็จะเกิดความเดือดร้อน หรือว่าเกิดทุกข์ตามมา
เวลาเราดูหรือติดตามข่าวคราว ไม่ว่าในวงการกีฬา ในวงการธุรกิจ ในวงการการเมือง มันแสดงสัจธรรมให้เราเห็นได้มากมาย อยู่ที่ว่าเราจะมองหรือเปล่า อยู่ที่เราจะใคร่ครวญไหม อย่างคนที่เคยชื่นชมยินดีในความสำเร็จของโจเซฟ สคูลลิ่ง แต่พอเวลาผ่านไปก็ลืมไปแล้วว่าเขาเคยทำอะไรมาบ้าง พอลืมไปก็เลยไม่ได้ใคร่ครวญว่า คนเรานี้มีชื่อเสียงสุดๆ แต่เวลาไม่กี่ปีคนก็ลืมไปแล้ว
อันนี้ก็เตือนใจคนที่อยากมีชื่อเสียงว่า ชื่อเสียงที่เราดิ้นรนแสวงหามา นอกจากทุ่มเทจนต้องเสียอะไรต่ออะไรมากมายแล้ว ครั้นได้มามันก็อยู่กับเราเพียงแค่ชั่วคราว ไม่คุ้มเลย อันนี้เรียกว่าโทษ
นอกจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้คน หรือแม้กระทั่งกับตัวเราเองแล้ว แม้กระทั่งเรื่องของจิตใจเรา เรื่องของร่างกายเรา มันก็มีอะไรที่สอนเราได้มากมาย ถ้าเราหันมาดูใจของเราบ้าง เราก็จะพบว่ามันมีความยึดติดอีกแบบหนึ่งที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ภายนอกมันเตือนให้เราเห็นโทษของความยึดติดถือมั่นในชื่อเสียงเงินทอง หรือว่าลาภสักการะ แต่ถ้าเราหันมาดูใจของเรามันก็จะเห็นว่า ความยึดติดถือมั่นในความคิดและอารมณ์ มันก็สามารถจะทำความทุกข์ให้กับเราได้
แม้แต่อารมณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ แม้แต่อารมณ์ที่เป็นลบ อารมณ์ที่เป็นอกุศล เช่น ความโกรธ ความเกลียด ความทุกข์ ความเครียด ความเหงา ความเศร้า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบ เรียกว่าทุกคนเลยไม่ชอบ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะไปยึดมันเข้าไว้ อันนี้มันต่างจากกันไปยึดชื่อเสียงเงินทองความสำเร็จ ที่ยึดเพราะว่าไปหลงคิดว่ามันให้ความสุขกับเรา ทั้งที่มันเจือไปด้วยโทษ อันนี้เรียกว่าไม่รู้ความจริง เป็นความหลงชนิดหนึ่ง คือไม่รู้ความจริงว่ามันไม่เที่ยงเป็นทุกข์
ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามันไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เอาแค่เห็นความจริงว่ามันไม่เที่ยงเป็นทุกข์ มันก็ทำให้เราปล่อยวาง หรือไม่อยากจะยึดมั่นถือมั่นกับมัน แต่เป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เห็นความจริงว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่เที่ยง และมันก็ไม่ได้ให้ความสุขอย่างแท้จริง ก็เลยไปยึดมัน อันนี้เรียกว่าไปหลงยึดเพราะไม่รู้ความจริง
แต่พวกอารมณ์ที่เป็นลบนี้ ความโกรธ ความเกลียด ความเครียด ความเศร้า หรือเหตุการณ์ที่มันย่ำแย่เลวร้าย เราก็ยึดเหมือนกัน เวลาเราโกรธ เราก็หวงแหนความโกรธ ไม่ค่อยอยากปล่อยง่ายๆ เวลาเราเศร้าเราก็จมปลัก จมดิ่งอยู่กับความเศร้า เจออะไรร้ายๆ เราก็จะนึกถึงมันอยู่เรื่อยๆ แม้มันจะผ่านไปหลายปี หรือนับ 10 ปี อันนี้เรียกว่ายึดมั่นถือมั่น
แล้วทำไมเราไปยึดมั่นสิ่งเหล่านี้ได้ในเมื่อมันไม่ดีเลย ไปยึดมั่นความโกรธ จิตใจก็รุ่มร้อน ไปยึดมั่นความเศร้า จิตใจก็ห่อเหี่ยว ไปยึดมั่นความเกลียด ก็เหมือนกับถูกมีดทิ่มแทง ไปแบกเเรื่องหนักอกหนักใจ ก็ทำให้เหนื่อยล้า แต่ทำไมไปยึดมั่นถือมั่น ไปแบกมันเอาไว้ ก็เพราะไม่รู้ตัว ความไม่รู้ตัวนี้แหละที่ทำให้เราหวงแหนสิ่งเหล่านี้ ไม่ยอมปล่อยไม่ยอมวาง ก็เลยยิ่งทำให้เกิดความทุกข์เข้าไปใหญ่เลย อันนี้เราทุกข์เพราะหลง
หลงอย่างแรกคือไม่รู้ความจริง ไปคิดว่าชื่อเสียเงินทอง แม้กระทั่งคนสัตว์สิ่งของต่างๆ มันจะยั่งยืนเที่ยงแท้ หรือมันจะให้ความสุขกับเรา ไปยึดมันแล้วพอมันแปรเปลี่ยนไป พอมันเสื่อมสลายไป หรือพอไปยึดมันแล้วเกิดความหลงใหล เกิดความประมาทพลาดพลั้ง แล้วเกิดความทุกข์ตามมา นี่เพราะว่าไม่รู้ความจริง
เสร็จแล้วพอเกิดความเศร้าความโศก ความเสียใจ ความคับแค้น ก็ยังไปยึดมันอีก ก็เลยกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็เลยเครียด ก็เลยกลัดกลุ้ม อันนี้เรียกว่าเพราะไม่รู้ตัว ฉะนั้นถ้าเราหมั่นสังเกตใจของเรา ใคร่ครวญดูดีๆ ก็จะพบว่า เป็นเพราะไม่รู้ตัว เราจึงซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับจิตใจของตัว
จริงๆ แล้วเมื่อชื่อเสียงเงินทองมันแปรปรวนไป ถ้าเรารู้ความจริง ไม่ยึดติดถือมั่นกับมัน มันก็ไม่ทุกข์ ไม่มีความเสียใจ ไม่เกิดความอาลัยอาวรณ์ ไม่เกิดความคับแค้น แต่เป็นเพราะเราไปยึดมันเอาไว้ เมื่อมันแปรปรวนไป ก็เลยเกิดความเสียใจ เกิดความคับแค้น เท่านั้นยังไม่พอ ยังไปยึดความโกรธความคับแค้นความเสียใจเอาไว้อีก จิตใจก็เลยรุ่มร้อน จิตใจก็เลยถูกบีบคั้น
ความทุกข์ของคนเรานี้ ถ้าเป็นความทุกข์ใจแล้วเนี่ย มันก็เพราะความหลง 2 ชั้น หลงอย่างแรกคือไม่รู้ความจริง ไปยึดสิ่งต่างๆ ที่คิดว่ามันจะให้ความสุขกับเรา เงินทอง ชื่อเสียง คนรัก ความสำเร็จ อาจจะรวมไปถึงสุขภาพร่างกาย ความสวยความงาม พวกนี้ดูมันน่ายึด เพราะมันให้ความสุขกับเรา แต่พอไปยึดทีไร พอไปยึดเมื่อไร ก็เตรียมใจทุกข์ได้เลย เพราะว่ามันจะต้องแปรเปลี่ยนไป
พอมันแปรเปลี่ยนไป เกิดความโศกความเศร้า เกิดความอาลัยอาวรณ์ เกิดความคับแค้นขึ้นมา เราก็ยังหลงไปยึดอารมณ์พวกนี้อีก นี่เพราะไม่รู้ตัว แต่ถ้าเกิดว่าเรามีสติรู้ตัว มีสติเห็นอารมณ์เหล่านี้ ไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่น หรือมีความรู้ตัว ไม่ปล่อยให้ความหลงครอบงำ จนกระทั่งไปยึดอารมณ์เหล่านั้น
อย่างน้อยๆ แม้จะเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง หรือว่าชื่อเสียงมันแปรเปลี่ยนไป หรือคนรักมีอันเป็นไป แต่ว่าความโศก ความอาลัย ความเสียใจ ความเครียด มันก็ไม่สามารถจะครองใจเราได้ ไม่ใช่ว่ามันไม่มี มันมี มันเกิดขึ้น แต่ไม่ยึดมัน ไม่ยึดมันเพราะอะไร เพราะรู้ตัว เพราะว่ามีสติเห็นมัน
อย่างน้อยๆ ถ้าเราไม่เปิดโอกาสให้ความหลงที่ได้แก่ ความไม่รู้ตัวเกิดขึ้น แม้เราจะยังมีความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ ที่เราเรียกว่าอิฏฐารมณ์ อิฏฐารมณ์ก็คือ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่น่าพอใจ ก็คือชื่อเสียงเงินทอง คนรัก ถ้าแม้เราจะยังไปยึดอยู่ เพราะยังไม่เห็นความจริงอย่างแจ่มแจ้ง แต่อย่างน้อยถ้าเรามีความรู้ตัว เวลาอิฏฐารมณ์มันแปรเปลี่ยนไป กลายเป็นอนิฏฐารมณ์ จากมีลาภกลายเป็นเสื่อมลาภ จากการมียศกลายเป็นเสื่อมยศ จากคำสรรเสริญกลายเป็นการถูกลืม หรือถูกนินทา มันก็ไม่ทุกข์มาก เพราะว่าความรู้ตัวมันช่วยทำให้ความโกรธ ความคับแค้น ความเครียด ความเกลียด มันครองใจเราได้ยาก
เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไม่อยากจะถูกความทุกข์ครองใจ ก็ต้องพยายามเติมความรู้ตัวให้เกิดขึ้น แล้วก็เรียนรู้สัจธรรมความจริงของชีวิตจากเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อจะได้รู้ความจริงอย่างแจ่มแจ้ง ให้ตระหนักเห็นโทษของความหลงว่า ไม่ว่าจะเป็นความไม่รู้ตัว หรือการไม่รู้ความจริง ตัวนี้ต่างหากที่มันเป็นสมุทัย หรือเหตุ หรือสาเหตุแห่งทุกข์
ไม่ใช่เพราะว่าความแปรเปลี่ยน ความไม่เที่ยง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตานี้ไม่ได้เป็นเหตุแห่งทุกข์ แต่เป็นเพราะการไม่รู้ความจริง ไม่เข้าใจอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไปหลงยึดติดถือมั่นต่างหากที่ทำให้เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นการฝึกใจให้รู้ตัวจนกระทั่งรู้ความจริงของสรรพสิ่ง แม้จะไม่ถึงที่สุด ก็ช่วยลดช่วยบรรเทาความทุกข์ในจิตใจได้เยอะเลย.