PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ
PAGODA
  • หน้าแรก
  • ฐานข้อมูล
  • เสียง
  • วีดิทัศน์
  • E-Books
  • กิจกรรม
  • บทความ

Search

  • หน้าแรก
  • เสียง
  • พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตฺติปญฺโญ
  • ๑๐ ปี สวนโมกข์กรุงเทพ จากผล...สู่เหตุ
๑๐ ปี สวนโมกข์กรุงเทพ จากผล...สู่เหตุ รูปภาพ 1
  • Title
    ๑๐ ปี สวนโมกข์กรุงเทพ จากผล...สู่เหตุ
  • เสียง
  • 12095 ๑๐ ปี สวนโมกข์กรุงเทพ จากผล...สู่เหตุ /aj-nuanchan/2023-08-11-03-08-46.html
    Click to subscribe
ผู้ให้ธรรม
พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
วันที่นำเข้าข้อมูล
วันศุกร์, 11 สิงหาคม 2566
ชุด
๑๐ ปี สวนโมกข์กรุงเทพ จากผล...สู่เหตุ
  • แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]

  • 10 ปี สวนโมกข์กรุงเทพ จากผล...สู่เหตุ (ความยาว 08.19 นาที)

    (08.16) ขอโอกาสคณะสงฆ์ทุกรูปนะครับ
    (08.10) ขอเจริญธรรมทุกท่าน ทุกท่าน แสดงว่าท่านเนี่ยมี”ทุกข์”เนาะ ทุกท่านมีทุกข์ แล้วก็ทุกข์ทุกวัน ทุกๆวันก็มีทุกข์ ทุกๆวัน แต่เมื่อมีทุกข์ ก็มีความรู้สึกไม่ปรารถนาแล้วที่จะอยู่กับทุกข์ ปรารถนาภาวะพ้นทุกข์ จะทำไฉนหนอ การทำที่สุดแห่งทุกข์จะพึงมีปรากฏชัดแก่เราได้ อย่างเช่นหลวงปู่พุทธทาส ถ้าเราเองยังทุกข์อยู่ ยังไม่พ้นทุกข์ แล้วธรรมชาติ ธรรมดาผู้ที่มีทุกข์เนี่ยจะไปโปรด ไปช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์เนี่ย ง่ายหรือยาก ลึกๆในใจก็มีปมอยู่ ถ้าเราเองยังมีทุกข์ ยังไม่พ้นทุกข์เนี่ย การจะไปช่วยผู้อื่นก็จะยากยิ่งขึ้นๆ ฉะนั้นกิจหนึ่งท่านจึงมองว่าจะศึกษาและปฏิบัติอย่างจริงจังในยุคช่วงหนึ่งๆ หลังจากนั้นแล้ว ก็เป็นที่มาในการเผยแผ่คำสอนเป็นลำดับๆๆ นั่นคือจากเหตุต้นมาถึงผลตรงนี้ คือ สวนโมกข์ กรุงเทพ ครบรอบ 10 ปี งานทำบุญเป็นผลก็ควรย้อนไปหาเหตุ ระลึกนึกถึงท่านหลวงปู่พุทธทาสสมัยหนุ่มๆ ตอนที่ท่านว่าเราจะไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ท่านอื่น แต่ถ้าเราเองยังทุกข์ ยังไม่พ้นทุกข์เนี่ยก็ทำได้ยาก ท่านก็เลยมีดำริปณิธานขึ้นมาอย่างจริงจังแน่วแน่ว่าจะศึกษาและปฏิบัติอย่างจริงจัง ตอนนี้เป็นผลที่กรุงเทพ ที่สวนโมกข์ กรุงเทพ 10 ปี ก็ขอฝากท่านทั้งหลายที่มาในงานนี้ วันทำบุญครบรอบ 10 ปี สวนโมกข์ อยากให้ระลึกนึกถึงจิตดวงของหลวงปู่พุทธทาสสมัยนั้น สมัยนั้น นะ เราก็มีการศึกษาแล้วก็ปฏิบัติอย่างจริงจัง สถานที่ก็เอื้อแล้ว แล้วก็ที่หลายๆแห่ง หลายๆที่ ทำบุญ “บุญ”นี้น่าทำ บุญนี้น่าทำ ทำแล้วก็เป็นลักษณะที่เกลี้ยง คือ โมกข์ ทำที่ไหน ทำเมื่อไหร่ก็เกลี้ยงทันทีที่นั่น อาตมภาพมานั่งตรงนี้ นึกถึงยุคสมัยแรกๆที่ได้บวชได้ศึกษาปฏิบัติมาเป็นคนละแนวทางสายงานวิธีการ เหมือนที่ท่านอาจารย์ที่มาจากสวนโมกข์ท่านเล่าในกระดาษแผ่นหนึ่งที่หยิบมา กูไม่อ่านหนังสือท่านพุทธทาส กูไม่ฟังต่างๆนานาอย่างเนี้ย แต่พอเดินเข้ามาแล้วก็สัมผัสได้ อาตมาเกิดมาจากสายพองยุบ ได้ศึกษาปฏิบัติที่ยุวพุทธิกสมาคมฯ ซึ่งวันนี้ทางนายกสมาคมฯก็ให้เกียรติได้มาร่วมงานด้วย คือ คุณมณเธียร ธนานาถ ยุวพุทธิกสมาคมฯแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เราศึกษาปฏิบัติมาแบบนั้น อย่างนั้น แนวนั้น เป็นที่รู้กันว่าเป็นสายหนอ แนวหนอ พอเราศึกษาแนวไหน แบบไหน ตอนนั้นก็รู้สึกมีความยึดมั่นถือมั่นมากถึงมากที่สุด อันอื่นไม่ใช่แน่นอน ความรู้สึกๆลึกๆยังรู้สึกไม่ดีกับทุกๆวิธีการ ทุกๆแนวทาง จับยึดอย่างนั้นแล้วก็เผยแผ่ถ่ายทอดบอกสอนแบบนั้น อย่างนั้น อย่างเดียวด้วยนะ ต้องอย่างเดียวด้วย แต่พอบ่อยขึ้น นานขึ้นๆ ก็เริ่มศึกษา เริ่มน้อม เริ่มเปิดกว้าง ศึกษางานท่านอื่น อย่างอื่นบ่อยขึ้น จนมีครั้งหนึ่งได้มีโอกาสไปจำพรรษาที่พัทลุงนั่นแหละ ซึ่งเป็นลูกศิษย์โดยตรงของหลวงปู่พุทธทาส คือ หลวงพ่อเอี้ยน ที่วังสันติบรรพต อยู่กับท่านหนึ่งพรรษา มีครั้งหนึ่งหน่ะ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งหนึ่งเหมือนกัน กวาดใบไม้ที่ลานหินโค้ง ซึ่งพอได้กวาดทุกวันๆเนี่ย แต่วันนี้เมื่อกวาดไปแล้วก็ไปกระทบโศลกธรรมที่เขียนไว้ข้างลานหินโค้ง นะ ที่ว่าเสียงขลุ่ยหวนกลับมาหากอไผ่เป็นอาทิ แต่ตอนหนึ่งที่กระทบจิตมากๆก็คือ “อันความวุ่นวิ่งมาหาความว่าง” รู้สึกประโยคนี้ ณ บัดนั้นเนี่ย รู้สึกมันยิ่งใหญ่มาก ในความรู้สึกเปลี่ยนไปเลย “อันความวุ่นวิ่งมาหาความว่าง” แล้วอ่านต่อไปว่า “ไม่มีทางไปไหน สหายเอ๋ย” ขนพองสยองเกล้า นึกถึงท่านผู้แต่งผู้เขียน คือ “หลวงปู่พุทธทาส” เข่าทรุดลงตรงหน้าลานหินโค้ง นึกถึงท่านแล้วก็กราบขอขมา ขอต่างๆนานา แล้วก็ที่ลานหินโค้ง ไม่มีทางไปไหน สหายเอ๋ย เสมือนว่าหลวงปู่มาอยู่ตรงหน้าแล้วเราเป็นเด็กน้อย เมื่อก่อนมีความไม่รู้ มีความไม่เข้าใจ แต่หลังจากที่บทนั้น ชำแรก แหวก เจาะ ทะลุทะลวง เจาะใจตรงนั้นไปแล้วเนี่ย ใจเบาแล้วเนี่ย ก้มลงกราบเสมือนว่าท่านอยู่ตรงหน้าเรา ท่านแบบ อโหสินะ ให้อภัยนะ หลังจากนั้นก็เป็นอีกวิถีหนึ่ง ความรู้สึกที่จะไปจับยึดมั่นถือมั่นในแนวทางวิธีการเนี่ย ถือว่าเบาบางไปมาก ไปเยอะ จนบัดนี้ ถึงได้มานั่งที่สวนโมกข์ กรุงเทพ เป็น เป็นผลเนี่ย ฉะนั้นอย่างหนึ่งที่อาตมามีปณิธาน ดำริไว้แต่ยังไม่ได้ทำ ก็คือ ตั้งใจจะย้อนจากผลไปหาเหตุ คือถ้าไม่มีเหตุก็ไม่มีผล ถ้าไม่มีสวนโมกข์ ไชยา หรือพุมเรียง ก็ไม่มีสวนโมกข์ กรุงเทพ ตั้งใจจะนำคณะผู้มีศรัทธาเดินธรรมยาตรา จากผลคือสวนโมกข์ กรุงเทพ ไปหาเหตุคือสวนโมกข์ ไชยา เดิน ตั้งใจเช่น 1 พฤษภาคม ก็ถ้าเป็นไปได้ ไปถึงวันที่ 27 พฤษภาคม วันคล้ายวันล้ออายุวันเกิดท่านพุทธทาสได้ก็จะยิ่งเป็นการดี ตั้งใจไว้แล้ว เคยปรารภกับคุณหมอบัญชา แต่ยังไม่ได้ทำ อันไหนที่ตั้งใจไว้ มีปณิธานแล้วยังไม่ได้ทำ รู้สึกยังคาใจอยู่ ลึกๆทุกวันนี้ยังคาใจอยู่เรื่องเดียวเลยเนี่ย ปกติจะไม่ค่อยตั้งสัจจะ หรือปณิธาน หรือจะไปให้คำมั่นสัญญากับสิ่งไหน หรือใครๆแบบง่ายๆ แต่ว่ามีสิ่งนี้สิ่งเดียว ฉะนั้นเนี่ย ก็คือ เล่าความในใจให้ฟัง ก็คือ เล่าให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมงานวันนี้ทราบด้วย งานเดินธรรมยาตราจากผลไปหาเหตุ จากสวนโมกข์ กรุงเทพฯ ไปสวนโมกข์ ไชยา วันไหน แบบไหนก็ดูกันอีกครั้งหนึ่งตามเหตุตามปัจจัย ฉะนั้นวันนี้ก็ขออนุโมทนาทุกท่านที่ได้เดินย่างเข้ามาสู่ผล แต่ถ้าไม่มีเหตุ ผลมีไม่ได้ ก็อยากฝากประเด็นสุดท้ายว่า นึกถึงปณิธานจิตดวงแรกของหลวงปู่ที่ท่านบอกว่า ถ้าเราจะไปช่วยผู้อื่น บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อมหาชนเนี่ย แต่ถ้าเรายังทุกข์อยู่ ยังไม่พ้นทุกข์ จะเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง จึงต้องเน้นที่ตัวเองก่อน นะ ศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจัง แล้วก็จะถึงธรรม พอศึกษาปฏิบัติอย่างจริงจัง ได้รับผลแห่งการปฏิบัติดีแล้ว ก็ค่อยไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อผู้อื่น ฉะนั้นวันนี้ก็ขอบรรลุธรรม ฝากไว้แต่เพียงเท่านี้ ขอเจริญธรรม.

logo

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • จดหมายข่าว
  • Privacy Policy
  • Terms of Service