แม้ "ข้อความถอดเสียงนี้" จะพยายามให้ตรงกับเสียงต้นฉบับมากที่สุด ผู้ศึกษาพึงตรวจสอบกับเสียงธรรมบรรยายต้นฉบับ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการอ้างอิง [ลองพูดคุยกับ AI ทาง Line]
["อุเบกขา ที่สุดของความรัก"]
มุทิตานั้น คอยเป็นสุข เมื่อคนอื่นจะได้รับผล
เรียก จริงใจ เหมือนกัน แต่ไม่ใช่ครองใจ
มุทิตา คือ ความรู้สึกที่เหมือนต้นไม้เขียวขจี
จิตใจที่มีเมตตาแล้ว รู้สึกเป็นสุข
เหมือนต้นไม้เกิดผล เห็นผู้คนได้เปลี่ยนแปลง
หรือที่จริงก็คือ ความสุขนั่นเอง
อุเบกขา คือ โดดเดี่ยวที่เยี่ยมยอด
อุเบกขา ไม่ได้แปลว่า เฉย แบบตายด้าน
อุเบกขา เกิดจากความรู้สึกเมตตา กรุณา และมุทิตา
ความสงบ เป็นที่สุดของความรัก
เป็นความเดี่ยวโดดและเติมเต็ม
การวางเฉยเท่านั้น เป็นการเคารพผู้อื่น
ปล่อยให้ผู้อื่นเป็นตัวของตัวเอง เหมือนที่ตัวเองเป็น
ต้องพิจารณาให้ดีว่า อุเบกขาเป็นสิ่งที่ประเสริฐ
พุทธเจ้าท่านตรัสว่า ในทั้งสี่หัวข้อนั้น
อุเบกขา ยอดเยี่ยมที่สุด
ในข้อนี้ไม่ได้หมายความว่า มีแต่อุเบกขา
ที่จริงอุเบกขาเป็นขบวนการที่สืบเนื่องจากเมตตา
กรุณา มุทิตา สงบจากความวุ่นวาย
ที่จริง เมตตา นี่วุ่นวายนะ คือ อาลัยอาวรณ์ เอื้ออาทรอยู่
เป็นห่วง สิ่งที่เราทำเพื่อคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่ว่า
มีเจตนาแทรกอยู่
มีเมตตา มีกรุณา มีมุทิตา และก็มีอุเบกขา
ธรรมสี่ประการนี้ เปรียบเหมือนเสาสี่เสาของบ้านนั้นเอง
แยกจากกันไม่ได้
เรามีอุเบกขาอย่างเดียว ด้อยค่า
เหมือนกันหมด ใครจะอยู่ ใครจะตาย ไม่สนใจใครทั้งนั้น
หรือ มีเมตตา รู้ในคุณค่าในตัวเอง
มักจะยึดถือได้ง่าย ๆ เช่น
เมตตาเขาแล้ว เขาไม่ยอมเมตตา
เดือดดาลขึ้นมา ปัญญาไม่มี
ความจริง อุเบกขา เป็นยอด
. มุทิตา นั้น ความเป็นสุข เพื่อคนอื่นจะได้รับ
มีอุเบกขาอย่างเดียว ก็ ด้อยค่า
ถือว่าเป็นที่เยี่ยมยอด